เขียนโดย: Pajingo

เมื่อ: 9 กรกฏาคม 2558 - 12:07

Suzuki Ciaz Vs. Mazda 2 คู่ชกพิกัดฟลายเวท กับการคลุกวงในแบบหมัดต่อหมัด

 

Suzuki Ciaz Vs. Mazda 2 Skyactiv G คู่ชกพิกัดฟลายเวท กับการคลุกวงในแบบหมัดต่อหมัด

 
 
All New Suzuki Ciaz
 
Mazda 2 Skyactiv G

 

          รถยนต์ซีดานขนาดซับคอมแพครวมไปถึงอีโคคาร์จัดเป็นยนตรกรรมที่ได้รบความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมในหลายๆ ด้าน ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหันมาสนใจรถประเภทนี้กันมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยสภาพการจราจรที่แออัด และต้องการความคล่องตัวสูง, ความประหยัดภายใต้สมรรถนะที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในเมือง อีกทั้งยังมาในค่าตัวสบายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย นี่เอง...เป็นสาเหตุที่ทำให้หลายๆ ค่ายเร่งพัฒนายนตรกรรมฉบับกระเป๋าให้มีประสิทธิภาพที่โดดเด่น ทั้งเรื่องของสมรรถนะ รวมถึงความสะดวกสบายในการโดยสาร ในโอกาสนี้ ทาง BoxzaRacing จะพาทุกท่านไปชมรถเด่นจาก 2 ค่าย ที่กำลังได้รับการกล่าวขานในวงกว้าง ณ ปัจจุบัน ซึ่งนั่นก็คือ Suzuki Ciaz และ Mazda 2 Skyactiv G

 
 

          Suzuki Ciaz เปิดตัวอย่างน่าทึ่งในงาน Motor Show 2015 ที่ผ่านมา โดยสิ่งแรกที่เห็นแล้วทำให้ผมถึงกับต้องอึ้ง ! นั่นก็คือ เรื่องของขนาดที่ใหญ่โตรโหฐานตามแบบฉบับ “ซีดานขนานแท้” ดูอลังการดาวล้านดวง ไม่แพ้รถยนต์ซีดานในระดับคอมแพค จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ในหลายๆ เรื่อง ซึ่ง ณ เวลานั้น ไม่ค่อยจะมีรายละเอียดใดๆ ให้ทราบมากนัก รู้แค่เพียงว่า...รถรุ่นนี้มีคิวจะเริ่มผลิตที่โรงงานในจังหวะระยองในช่วงเดือนมิถุนายน ส่วนทางด้านคู่แข่งอย่าง Mazda 2 เปิดตัวด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ก่อนที่จะเริ่มจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์เบ็นซินในช่วงมอเตอร์โชว์เช่นเดียวกัน โดยยังคงคอนเซ็ปความเป็นรถสปอร์ตซับคอมแพคที่เน้นเรื่องของดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวที่ทางค่ายยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด

 

 
 

 

          ดีไซน์ภายนอกของ Suzuki Ciaz ทางค่ายได้นำความรู้สึกแห่งการขับขี่แนวสปอร์ตมาผสมผสานกับความสะดวกสบายเหนือระดับ ที่เหนือระดับกว่ารถในคลาสเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด ด้วยขนาดความยาวตัวถังที่มากถึง 4,490 มม. และความกว้าง 1,730 มม. ธีมการออกแบบโดยรวมเน้นไปในสไตล์หรูหราด้วยขนาดตัวถังที่โอ่โถง เส้นสายที่ดูอ่อนช้อยตามหลักอากาศพลศาสตร์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.299 พร้อมเติมความลงตัวด้วยแถบโครเมี่ยมตั้งแต่หัวจรดท้าย ไฟหน้ามาในโคมโปรเจ็คเตอร์ที่นอกจากจะเสริมใบหน้าให้ดูโดดเด่นแล้ว ยังช่วยเติมทัศนวิสัยให้ชัดเจนยามค่ำคืน ทางด้าน Mazda 2 มาในดีไซน์สปอร์ตเฉพาะตัว โดยออกแบบภายใต้แนวคิด KODO Design โดดเด่นด้วยไฟหน้าฮาโลเจนโฉมใหม่ที่มีรูปทรงปราดเปรียว เสริมด้วยเส้นสาย Signature Line ที่รับกับกระจังหน้า 5 เหลี่ยม สไตล์ Signature Wing ด้านข้างตัวรถออกแบบโดยเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ลงตัวกับบั้นท้ายสไตล์สปอร์ต พร้อมปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว หากจะให้ฟังธงเรื่องดีไซน์ คงชี้ขาดได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความชอบของแต่ละคนนั้น ย่อมมีความรู้สึกและคิดเห็นแตกต่างกันออกไป แต่หากจะพูดถึงความไฮโซของภาพลักษณ์ ดูไปแล้ว...Suzuki Ciaz ดูอลังการงานสร้างกว่าแบบสัมผัสได้

 

 
 
 
 

          ต้องบอกว่า... “เป็นมวยถูกคู่” หากจะวัดกันด้วยพิกัดของขุมพลังที่มาในพิกัดใกล้เคียงกันแบบปฏิเสธไม่ได้ โดย Suzuki Ciaz ใช้เครื่องยนต์รหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร 91 แรงม้า ที่ผ่านการพิสูจน์สมรรถนะอันโดดเด่นมาแล้วจาก Swift Eco ควบคู่กับชุดเกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission) หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ซึ่งทางค่ายเคลมไว้ว่าให้อัตราการสิ้นเปลืองในระดับ 20 กม./ลิตร ระบบช่วงล่างถูกพัฒนาให้ตัวรถมีความนุ่มนวล และทรงตัวดีในทุกย่านความเร็ว พร้อมให้ความรู้สึกที่เหนือระดับด้วยการเลือกใช้วัสดุซับเสียงคุณภาพสูง ส่วนคู่ท้าชิงอย่าง Mazda 2 มาพร้อมเครื่องยนต์ Skyactiv G ความจุ 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า ซึ่งทางค่ายการันตีว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ให้อัตราการสิ้นเปลืองต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจับคู่กับชุดเกียร์ Skyactiv Drive แบบอัตโนมัติ 6 สปีด ที่รวมเอาข้อดีของเกียร์ทุกระบบเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนเรื่องช่วงล่างก็แน่นอนว่าออกแบบโดยเน้นความเป็นสปอร์ต ให้ความคล่องตัวและทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม จะว่าไปแล้ว...หากวัดกันด้วยเรื่องของเครื่องยนต์ล้วนๆ ก็ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยง แรงม้าต่างกัน 2 ตัว คงไม่ทำให้รู้สึกว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ใช้ สำหรับผู้ที่ต้องการทางเลือกที่หลากหลาย การมีรุ่นเกียร์ธรรมดามาให้เลือก ก็ถือว่าเป็นอีกอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่ปฏิเสธไม่ลงเลยทีเดียว

           ด้านความปลอดภัย Suzuki Ciaz มาพร้อมเทคโนโลยี TECT (Total Effective Control Technology) ส่งผลให้มีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง โดยใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงมาช่วยดูดซับแรงกระแทก อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา ทำให้ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันลงได้อีกระดับ พร้อมเติมอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และระบบเบรก ABS ส่งผลให้ซีดานผู้นี้ มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสูง ส่วน Mazda 2 ยังคงชูจุดเด่นด้วยโครงสร้าง Skyactiv Body ซึ่งเป็นการออกแบบที่ใช้ในยุคใหม่ พัฒนาขึ้นเพื่อให้มีน้ำหนักเบาลง เหมาะสมกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มโลหะเกรดพรีเมียม เหล็กกล้า High Tensile Steel ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา ทดแทนเหล็กแบบเดิม อีกทั้งยังเพิ่มจุดเชื่อมยึดเพื่อให้โครงสร้างหลักกับโครงสร้างส่วนอื่นของรถเป็นมวลเดียวกัน จึงให้ความมั่นคง ความปลอดภัยสูง และช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำหนักที่เบาลงอีกด้วย

 

 ห้องโดยสารของ Suzuki Ciaz
 
 
ห้องโดยสารของ Mazda 2

 

 Mazda 2 Vs Suzuki Ciaz
 
Mazda 2 Vs Suzuki Ciaz 
 

          รถทั้ง 2 รุ่น ยังโดดเด่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร ซึ่ง Ciaz ออกแบบโดยเน้นหรูหรา จากที่ได้ลองเข้าไปสัมผัส หากไม่บอก...คงแทบจะไม่รู้เลยว่า “กำลังนั่งอยู่ในรถอีโค่คาร์” เพราะด้วยการใช้ฐานล้อที่ยาวถึง 2,650 มม. ทำให้ห้องโดยสารมีความโอ่โถง อีกทั้งยังมีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระในด้านท้ายมากถึง 565 ลิตร พร้อมกับเบาะหนัง และระบบเครื่องเสียงเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถควบคุมไฟล์เสียงและไฟล์วิดีโอ, ระบบนาวิเกเตอร์, ระบบควบคุมการใช้งานโทรศัพท์ และการใช้งานโดยเชื่อมต่อผ่าน Mirror Link ส่วนค่าย Mazda มาพร้อมความ “กล้าที่จะเปลี่ยน” ทำให้ภายในดูมีลูกเล่นที่เราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบเห็นในรถระดับนี้ ธีมหลักๆ เน้นโทนสีดำสลับด้ายแดงสื่อถึงอารมณ์ความเป็นสปอร์ต พร้อมฟังค์ชั่นอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่มากมาย โดยจะมีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ตั้งอยู่กลางคอนโซล ซึ่งอาจจะดูขัดกับภาพลักษณ์ในแบบเดิมๆ ไปบ้าง วัดกันด้วยเรื่องของลูกเล่นภายในห้องโดยสาร รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก เรียกได้ว่าแต่ละค่ายจัดมาให้แบบ “เกินตัว” สำหรับคนเป็นรถรูปแบบอีโค่คาร์กึ่งซับคอมแพค แต่ถ้าหากต้องการความสะดวกสบายสูงสุด รถที่ออกแบบห้องโดยสารมาให้มีขนาดใหญ่ กว้างขวาง รองรับการใช้งานได้ทั้งการเดินทางและสามารถบรรทุกสัมภาระได้มาก ย่อมได้เปรียบตรงจุดนี้

 

 
 
 
 

          การแข่งขันในตลาดรถยนต์ซีดานยังคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลายค่ายต่างปล่อยหมัดเด็ดของตัวเองเพื่อหวังมัดใจผู้บริโภค ซึ่งทั้ง Suzuki Ciaz และ Mazda 2 Skyactiv G ต่างเป็นยนตรกรรมฉบับกระเป๋าที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่สภาพการจราจรแออัด ในท้ายที่สุดคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคกว่าชื่นชอบความเป็นสปอร์ต หรือต้องการประโยชน์ใช้สอยที่ “เกินตัว” จากยนตรกรรมที่ไม่บอก ก็คงไม่รู้ว่านี่คือ ที่สุดแห่งอีโค่คาร์ตัวจริง ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารแวดวงยานยนต์ พร้อมรายละเอียดรถยนต์รุ่นต่างๆ แบบเจาะลึกได้ทาง BoxzaRacing

 

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook