เขียนโดย: Monster Racing

เมื่อ: 5 กันยายน 2561 - 17:00

Ford Ranger Raptor โคตรรถกระบะพันธุ์แกร่ง เกิดมาลุยทุกเส้นทาง

          หลังจากปล่อยให้รอคอยการทดสอบ Ford Ranger Raptor มาอย่างยาวนาน (หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561) ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย ก็ได้ร่อนจดหมายเชิญทีมงาน BoxzaRacing ร่วมทดสอบ และพิสูจน์สมรรถนะสุดแกร่งของ “Ford Ranger Raptor” รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่อัดแน่นด้วย DNA จาก Ford Performance บนเส้นทางที่สุดแสนจะท้าทายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบการขับขี่ในรูปแบบออฟโรดความเร็วสูงโดยเฉพาะ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 

Ford Ranger Raptor

 

          ทั้งนี้ บทความนี้ทางทีมงาน BoxzaRacing ข้อกล่าวถึงสมรรถนะการขับขี่เจ้า Ford Ranger Raptor เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากใครที่ต้องการทราบข้อมูล หรือสเปคของ Ford Ranger Raptor สามารถติดตามได้ที่ "บทความเปิดตัว Ford Ranger Raptor" ส่วนใครที่อยากรู้ว่าเจ้าของรถกระบะค่าตัว 1.699 ล้านบาทมีดีอย่างไร สามารถติดตามได้ที่ "รถกระบะที่ร้อนแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ กับค่าตัว 1.699 ล้านบาท มีดีอย่างไร?"

 

คุณศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย

 

          โดยการทดสอบ Ford Ranger Raptor ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นที่โรงแรมอิสติน แกรนด์ สาทร ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย เป็นผู้กล่าวต้อนรับบรรดาสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทดสอบ พร้อมทั้งแนะนำข้อมูลทางเทคนิคของ Ford Ranger Raptor ก่อนเริ่มทดสอบขับจริง

 

กองทัพ Ford Ranger Raptor พร้อมออกเดินทาง

 

          ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เตรียม Ford Ranger Raptor ไว้ให้สื่อมวลชนได้ขับทดสอบมากถึง 10 คัน โดยเริ่มออกเดินทางจากโรงแรมอิสติน แกรนด์ สาทร โดยการทดสอบในช่วงแรกจะเป็นการขับขี่ในเมือง (9 โมงเช้า ถนนสาทร) ซึ่งมีการจราจรที่หนาแน่น โดยเจ้า Ranger Raptor นั้น มีขนาดตัวรถที่ใหญ่พอดีกับช่องทางเดินรถ การเปลี่ยนเลนค่อนข้างจะลำบากนิดหน่อย ต้องเผื่อระยะของตัวรถให้ดี แต่ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจนดีมาก

 

ออกตัวอาจจะอืดๆ ไปบ้าง แต่ถ้ารถลอยตัวเมื่อไหร่ บอกเลยถนนนี้เป็นของ Ford Ranger Raptor แต่เพียงผู้เดียว

 

          เมื่อหลุดช่วงรถติดไปได้ ก็ขึ้นทางด่วน ทีนี่ก็เริ่มปรับมาใช้ในโหมด Sport ในการขับขี่กันบ้าง โดยการขับขี่ในโหมด Sport นั้น รอบเครื่องยนต์จะสามารถลากได้สูงขึ้น รวมถึงการค้างรอบเครื่องยนต์ได้นานกว่าโหมด Normal ซึ่งส่งผลให้การขับขี่มีความสนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น โดยช่วงต้นของการออกตัว (หรือรอบต่ำ) ระบบเทอร์โบคู่ (ลูกเล็ก และลูกใหญ่) จะทำงานพร้อมกัน ซึ่งจะมีความรู้สึกหน่วงๆ เล็กน้อย โดยแรงบิดระดับ 500 นิวตัน-เมตร ไม่ได้ดึงจนรู้สึกว่าหลังติดเบาะ แต่จะมาแบบเรื่อยๆ (แบบแรงบิดลากจูง หรือบรรทุก) แต่เมื่อไหร่ที่รถลอยตัว (รอบสูง) เทอร์โบลูกใหญ่จะทำงานเพียงลูกเดียว ซึ่งขอบอกเลยว่าท้องถนนนี้เป็นของ Ford Ranger Raptor แต่เพียงผู้เดียว ซุ่มเสียงกระหึ่มเร้าใจอย่างกับนั่งอยู่ใน Ford Mustang ตัวรถพุ่งทะยานราวกับนี่ไม่ใช่รถกระบะ ภายในห้องโดยสารเก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยม ตัวรถในย่านความเร็วสูงมีความนิ่ง (แม้ตัวรถจะสูง) การเข้าโค้งก็สามารถเกาะไลน์ได้อย่างเนียนตา และปลอดภัย แรงจนจ่าโบกให้จอด และลงไปเสียค่าปรับกันหลายคันเลยทีเดียว

 

ลุยน้ำ ลุยโคลนแบบชิลๆ สไตล์ Ford Ranger Raptor

 

          เมื่อเดินทางมาถึง สนาม 8 Speed เขาใหญ่ ก็ถึงเวลาที่ทางทีมงาน BoxzaRacing รอคอย เพราะที่แห่งนี้ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เนรมิตสร้างอุปสรรค์ขึ้นเพื่อทดสอบสมรรถนะของ Ford Ranger Raptor โดยเฉพาะ โดยมีได้ทดลองกันหลากหลายโหมด แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของที่สุดก็คือการได้ทดลองขับในโหมด BAJA (โหมดบาฮา) ซึ่งเป็นโหมดขับขี่ออฟโรดแบบความเร็วสูง (มีเฉพาะใน Ford Ranger Raptor เท่านั้น) โดยการขับขี่ในฐานการทดสอบนี้ ทางทีมงาน BoxzaRacing เลือกใช้การขับขี่แบบ 4H ในการผ่านอุปสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปีนขึ้นภูเขาหิน, เนินสลับ, การลุยน้ำ, การขับขี่บนหญ้าที่เปียกลื่น, และการโดดเนิน ซึ่งก็เลือกใช้โหมดการขับขี่ได้จากบนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น กับระบบ Terrain Management System (TMS) ที่มีให้ครบครันถึง 6 โหมด ได้แก่ Normal / Sport / Weather / Mud-Sand / Baja / Rock-Gravel

 

สัญชาตญาณนักล่า มันก็ต้องกระโจนใส่เหยื่อ ลอยมาทั้งลำ ไม่พังแถมไม่เป็นอะไรเลย

 

          ไฮไลท์ของ Ford Ranger Raptor ที่หลายๆ ท่านคงเห็นจนชินตาจากการโฆษณาชวนเชื่อก็คือ การกระโดดเนิน ซึ่งหลายท่านอาจจะคิดว่า เฮ้ย!!! มันทำได้จริงๆ หรอ จนทีมงาน BoxzaRacing ต้องมาพิสูจน์ให้ประจักษ์แก่ตัวเอง คำตอบคือ ทำได้จริงๆ ครับ ซึ่งหากจะพูดต่อไปอีกว่ารถรุ่นอื่นก็สามารถทำได้ อันนี้ก็จริงครับ แต่โดดลงมาแล้ว ช่วงล่างสามารถคืนตัว ไม่โยน และสามารถเข้าโค้งต่อเนื่องแบบ Ford Ranger Raptor หรือเปล่า ผมไม่รู้นะครับ แต่ Raptor ทำได้ครับ การทดสอบครั้งนี้ผมต้องบอกเลยว่าสื่อมวลชนกว่า 30 ชีวิต โดดกันคนละ 1 รอบ ก็ 30 รอบพอดี Ford Ranger Raptor ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ตัวรถยังคงนิ่ง ไว้ใจได้ สยบอยู่ทุกสถานการณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า Ford Ranger Raptor ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทุกท่านเอาไปโดด แต่หากเกิดในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเหตุเฉพาะหน้า ผมกล้าพูดเลยว่า Ford Ranger Raptor สามารถไปได้โดยไม่พัง ในขณะที่รถรุ่นอื่นอาจไปได้ แต่ไม่น่ารอด!!!

 

Ford Ranger Raptor ถูกสร้างระบบช่วงล่างมาเพื่อรองรับกับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงโดยเฉพาะ

 

          เหตุผลที่ Ford Ranger Raptor สามารถลุยได้ และโดดได้เหนือกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆ มาจากการสร้างแชสซีส์ที่มีความแข็งแกร่ง ทนต่อแรงบิด และแรงกระแทกโดยเฉพาะ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบรับกับการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง จากชุดโช้คอัพ Fox Racing Suspension ที่ออกแบบให้มีระบบวาล์วบายพาสภายในตัว (ด้านหน้าไม่มีซับแท้งค์) แต่ด้านหลังมีกระบอกซับแท้งค์ระบายความร้อน ปีกนกเป็นแบบอลูมิเนียมฟอร์จขึ้นรูปทั้งระบบ ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริง ทำงานร่วมกับระบบวัตต์ลิงค์ ซึ่งทั้งหมดนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อให้ Ford Ranger Raptor สามารถลุยได้ทุกอุปสรรค์ ตามนิยาม "เกิดมาแกร่ง"

 

สาดโค้งแบบไม่มียกคันเร่ง ช่วงล่างเอาอยู่ ไม่หลุดไลน์

 

          นอกจากการทดสอบในสนามที่ถูกสร้างขึ้นแล้ว ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย ยังได้นำคณะสื่อมวลชน ร่วมทดสอบสมรรถนะของ Ford Ranger Raptor ในเส้นทางธรรมชาติอีกครั้ง เพื่อให้ได้ทดลองการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงในโหมด BAJA (โหมดบาฮา) อย่างเต็มอารมณ์ โดยเส้นทางนี้มีระยะทางยาวถึง 12 กม. ซึ่งเป็นเส้นทางทุรกันดาร กรวด/หิน/ดิน/ทราย/โคลน ครบทุกสภาพถนนที่สามารถเจอได้ในทุกรูปแบบการขับขี่ (เว้นก็แต่หิมะ) โดยการขับด้วยโหมด BAJA นั้น ระบบจะทำการปิดระบบช่วยเหลือของตัวรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Traction Control หรือ ABS เพื่อให้สามารถเข้าถึงอารมณ์ของการขับขี่ได้อย่างแท้จริง

 

วิ่งทางกรวดด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. สุดแค่ไหน ถามใจคุณดู

 

          โดยการขับขี่ในโหมด BAJA จะมีทีมงาน Instructor ระดับแชมป์ครอสคันทรีนั่งประกบคู่ไปด้วย ซึ่งจะเป็นผู้บอกไลน์ รวมไปถึงการแนะนำเทคนิคในการขับขี่ ซึ่งทางทีมงาน BoxzaRacing ก็ได้ปฏิบัติตามทุกคำแนะนำอย่างตั้งใจ ทำให้การขับขี่บนเส้นทางทุรกันดารกว่า 12 กม. ผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ถึง 10 นาที ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ Ford Ranger Raptor ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่เหนือชั้น เอาอยู่ในทุกสถานการณ์ แม้ช่วงล่างจะทำงานหนักอย่างไม่หยุดหย่น แต่ทว่าตัวรถ และภายในห้องโดยสารกับได้รับแรงสะเทือน หรือแรงกระแทกน้อยมาก การเข้าโค้งแบบสไลด์เข้าทำได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มอารมณ์สปอร์ตออฟโรดขนานแท้

 

 

          ท้ายที่สุดนี้ คงต้องบอกว่า "คงไม่มีรถกระบะรุ่นไหนที่มีสมรรถนะอันเหนือชั้นไปกว่า Ford Ranger Raptor อีกแล้วในเวลานี้" และถ้าถามว่าคุ้มไหมกับจำนวนเงิน 1.699 ล้านบาท ผมก็จะตอบกลับไปว่า หากเทียบกับสมรรถนะที่จะได้รับจากรถคันนี้ ถือว่าโคตรคุ้มค่า แต่ถ้าหากคุณซื้อ Ford Ranger Raptor เพื่อไปขับเข้าห้างฯ มันก็อาจจะไม่คุ้มเงินคุณ

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook