เขียนโดย: Monster Racing

เมื่อ: 7 กุมภาพันธ์ 2561 - 20:56

Ford เผยโฉม Ranger Raptor ครั้งแรกของโลก สุดยอดรถกระบะออฟโรด สมรรถนะ 213 แรงม้า ช่วงล่าง Fox Racing

 

          Ford เผยโฉม Ranger Raptor รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกของโลก ที่ประเทศไทย ซึ่งผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งนี้ Ranger Raptor ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Ford ในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

 

มร. จามัล ฮามีดิ หัวหน้าทีมวิศวกร Ford Performance

 

          “เราตื่นเต้น และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เผยโฉมรถรุ่นดังกล่าวสู่สาธารณชน เมื่อขับ Ford Ranger Raptor คุณจะรู้สึกเสมือนเป็นฮีโร่” มร. จามัล ฮามีดิ หัวหน้าทีมวิศวกร ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) กล่าว “ทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พัฒนาต่อยอดรถรุ่น Raptor จากรถ Ford F-150 Raptor รุ่นต้นแบบ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของรถยนต์ในตำนาน พร้อมผสมผสานดีเอ็นเอตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance)

 

ดีไซน์ด้านหน้าดุดันสไตล์ Ford F-150 Raptor

 

          Ford Ranger Raptor โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอก และภายใน ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก เมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าใหม่อันสะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Ford F-150 Raptor ซึ่งเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงคันแรกของโลกจากโรงงาน โลโก้ Ford สะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้าอย่างองอาจ มอบความโดดเด่นเมื่อปรากฏตัวท่ามกลางฝุ่นอันคละคลุ้ง ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสำหรับการขับขี่ในทะเลทราย และดูน่าเกรงขาม แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ ที่ช่วยลดการต้านลมของตัวรถได้ เป็นอย่างดี

 

 

          แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ไม่เพียงแต่ดูแข็งแกร่ง แต่ยังทนต่อการบุบ และรอยขีดข่วนที่มักจะเกิดจากการใช้งานออฟโรด อีกทั้งแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้น และยางออฟโรดขนาดใหญ่ Ranger Raptor มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue), สีแดงเรซ เร้ด(Race Red), สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black), สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์อย่าง สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ที่โดดเด่น โดยตัดกับสีเทาไดโน่เกรย์ (Dyno Grey) เพื่อขับให้รูปลักษณ์ของรถดู โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

 

มิติตัวรถโดยรวมใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น และบึกบึนขึ้น เมื่อเทียบกับ Ford Ranger

 

          รูปลักษณ์ของตัวรถยังดูใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูงถึง 1,873 มม. ความกว้าง 2,180 มม. และความยาว 5,398 มม. ระยะช่วงล้อหน้า และหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มม. ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มม. ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา

 

 

          เมื่อพิจารณาไล่ตั้งแต่ด้านล่างขึ้นไป จะสังเกตได้ว่าบันไดข้างรถของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ นั้นเหนือชั้นกว่ารถทั่วไปในท้องตลาด โดยออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เศษหินกระแทกกับตัวถังรถด้านหลั ง และรูที่ถูกเจาะนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบายทราย โคลน และหิมะได้ โดยผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อเพิ่มความคงทนโดยเฉพาะ ทั้งยังผ่านการทดสอบด้วยการกดน้ำหนัก100 กิโลกรัมถึง 84,000 ครั้ง เพื่อจำลองการใช้งานในสนามทดสอบจริงกว่า 10 ปี และทำการเคลือบถึงสองชั้น โดยทำการพ่นสี powder-coated ก่อนพ่น grit-paint ทับอีกชั้น เพื่อมอบความรู้สึกแข็งแกร่ง ทั้งยังมีความทนทานสูงต่อรอยขีดข่วน และรอยเปื้อนที่เกิดจากอากาศ และสภาพแวดล้อม

 

 

          บริเวณกันชนท้ายได้ผ่านการปรับปรุงโดยเพิ่มชุดตะขอเกี่ยวจำนวน 2 ชุด ที่รองรับการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน นอกจากนี้ ส่วนท้ายรถยังได้รับการพัฒนาด้วยกรอบตัวเซ็นเซอร์ที่เรียบเสมอกับตัวถัง และตัวเชื่อมขอลากที่ได้รับการติดตั้ง และออกแบบพิเศษ ส่วนท้ายกระบะมอบพื้นที่ใช้ งานอย่างกว้างขวางด้วยขนาด 1,560 x 1,743 มม. ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยในช่วงวันหยุด

 

ภายในของ Ford Ranger Raptor สปอร์ตเร้าใจเต็มอารมณ์จาก Ford Performance

 

          การออกแบบภายใน Ranger Raptor มาพร้อมความประณีตขั้นสูงตามดีเอ็นเอของ Ford Performance ที่ผสานสีสันต่างๆ และการเลือกสรรวัสดุที่คงทน และเหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด และการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงได้ อย่างง่ายดาย ทั้งยังมอบความสะดวกสบายระหว่างการเดินทางอย่างเหนือชั้น การเลือกใช้หนังกลับเป็นวัสดุ ของเบาะนั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารยึดเกาะที่นั่งได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพิจารณาการเลือกใช้วัสดุต่างๆ โดยคำนึงถึงการใช้งานจริง

 

 

          เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ผู้ขับขี่ Ranger Raptor จะสังเกตได้ถึงความแตกต่างของทุกๆ รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงิน และการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ แบบต่างๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบาอันเป็นดีเอ็นเอใหม่ของแร็พเตอร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างฉับไว เพิ่มความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการ

 

โช้คอัพหน้าหลังจาก Fox Racing Shox เพื่อการขับขี่แบบออฟโรดเต็มอารมณ์

 

โช้คอัพหลัง Fox Racing Shox

 

          แชสซีของ Ranger Raptor ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง และทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่โดยเฉพาะ ระบบกันสะเทือนทั้งด้านหน้า และด้านหลังรับหน้าที่โดยโช้คอัพของ Fox Racing Shox เพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง อีกทั้งช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้น และระยะช่วงล้อที่กว้างขึ้น มุมไต่ และมุมจากเพิ่มขึ้น จึงช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ขับขี่ออฟโรดขั้นสุดได้อย่างมั่นใจ รวมไปถึงการอัพเกรดระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่ และระบบวัตต์ลิงค์ และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้ง Ford Ranger Raptor ยังมาพร้อมกับยาง BF Goodrich All-terrain ขนาด 285/70 R17 เพื่อการขับขี่ในทุกสภาพถนน

 

แชสซีของ Ranger Raptor ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง และทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

 

          ระบบส่งกำลังของ Ranger Raptor มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ให้กำลัง และแรงบิดที่เหนือกว่า ประหยัดน้ำมันมากขึ้น น้ำหนักน้อยลง รวมถึงการปรับประสานเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ เพลา พวงมาลัย เบรก และระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Steering Program) สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

          นวัตกรรมครั้งสำคัญนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสมรรถนะ และการตอบสนองอันยอดเยี่ยมของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตัน-เมตร

 

เครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร สมรรถนะ 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร

 

          ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเทอร์โบแรงดันสูง (HP) ที่เชื่อมต่อกับเทอร์โบแรงดันต่ำ (LP) ที่มีขนาดใหญ่กว่า และถูกควบคุมด้วยวาล์วบายพาสที่ทำหน้าที่ควบคุมลำดับการทำงานของเทอร์โบทั้งสองลูก โดยขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องยนต์ เมื่อรอบเครื่องยนต์ต่ำ เทอร์โบทั้ง 2 ตัว จะทำงานตามลำดับเพื่อช่วยเพิ่มแรงบิด และการตอบสนอง เมื่อช่วงรอบเครื่องยนต์สูง อากาศจะไม่ไหลผ่านเทอร์โบแรงดั นสูง ทำให้เทอร์โบแรงดันต่ำที่ใหญ่กว่าช่วยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น  

          เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ซึ่งมาจาก Raptor F-150 ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้าอะลูมิเนียมอัลลอย และคอมโพสิทเพื่อให้มีความทนทาน และมีน้ำหนักเบา เนื่องจากเกียร์มีทั้งหมด 10 จังหวะ ทำให้มีอัตราทดที่สั้นลง จึงส่งผลให้มีอัตราเร่ง และการตอบสนองที่ดีขึ้น สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

          ทั้งนี้ Ford Ranger Raptor เป็นเพียงการเผยโฉมครั้งแรกของโลกเท่านั้น ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอติดตามกันอีกสักระยะ แต่คาดการณ์ว่าราคาน่าจะประมาณที่ 1,400,000 - 1,600,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อ เมื่อเทียบกับสมรรถนะ และอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ได้รับจาก Ford Performance ซึ่งคาดว่า Ford Ranger Raptor จะเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และเปิดให้เริ่มจับจองเป็นเจ้าของได้ในเร็วๆ นี้

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook