เขียนโดย: Pajingo

เมื่อ: 13 กรกฏาคม 2560 - 17:11

ภาพโดย: Chae

แช๊ะ

ภาพโดย: Refresh

Refresh

Mercedes AMG SLC43 เมื่อภาพลักษณ์สปอร์ตหรู จับคู่สมรรถนะสุดเร้าใจ งานนี้จะสนุกแค่ไหน...ต้องไปสัมผัส

 

          รถสปอร์ต กับมนุษย์ที่เรียกได้ว่า เป็นสายซิ่งอย่างเราๆ ท่านๆ มักจะเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไปเสียไม่ได้เลยนะครับ เพราะเชื่อได้ว่าสายซิ่งแต่ละคนนั้น ก็ล้วนแล้วแต่จะมียนตรกรรมในดวงใจภายใต้แนวทางที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ชื่นชอบความเร้าใจสไตล์โหดดิบ บ้างก็ชอบภาพลักษณ์ที่แปลกหูแปลกตา เน้นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และก็เชื่อว่ามีสายซิ่งอีกจำนวนไม่น้อย ที่ชื่นชอบในความหล่อหรู ดูเนี๊ยบ แต่เพียบด้วยสมรรถนะ เช่นเดียวกับสปอร์ตโร๊ดสเตอร์ที่ทาง BoxzaRacing นำมาอวดโฉมพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าสนใจให้นักซิ่งสายหรูได้สัมผัสกันอย่างเต็มอิ่ม

 

 

           Mercedes AMG SLC43 คือ ยนตรกรรมสปอร์ตจากค่ายดาวสามแฉกที่ทาง BoxzaRacing จะนำมาพูดถึงกันในโอกาสนี้ครับ ซึ่งเมื่อเห็นชื่อแบรนด์แล้ว หลายคนก็คงจะทราบกันดีว่า Mercedes AMG คือ รุ่นใหญ่ที่ถูกแต่งแต้มความเร้าใจด้วยเครื่องเคียงด้านภาพลักษณ์และสมรรถนะมาอย่างเต็มสูบจากโรงงาน โดย SLC43 นั้น เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหญ่ที่เร้าใจที่สุดของตระกูลโร๊ดสเตอร์จากค่ายดาวยนตรกรรมจากเมืองเบียร์ผู้นี้เลยก็ว่าได้ ด้านดีไซน์ของ Mercedes AMG SLC43 มาพร้อมความโดดเด่น ให้มุมมองที่สะดุดตาตั้งแต่แว๊บแรกตามแบบฉบับของโร๊ดสเตอร์ทุกยุคทุกสมัย โดยคงเอกลักษณ์ในสไตล์ของทางค่ายไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า Diamond Grille ล้ออัลลอยดีไซน์เท่ขนาด 18 นิ้ว ห่อหุ้มชุดเบรคจาก AMG 4 POT ในคู่หน้า โอบรัดด้วยยาง Continental ContiSportContact ไซส์ 235/40 ZR18 ในคู่หน้า และ 255/35 ZR18 ในล้อขับเคลื่อน ที่แก้มข้างมาพร้อมช่องระบายลมพร้อมเติมความขลังด้วยคำว่า BiTurbo ที่สื่อถึงความเร้าใจของ Mercedes AMG SLC43 ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ อันถือเป็นหัวใจหลักแห่งความเท่ของยนตรกรรมในสไตล์โร๊ดสเตอร์ นั่นก็คือ หลังคาแข็งเปิดประทุน ที่สามารถเปิด-ปิด ได้ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม. ซึ่งช่วยสร้างมุมมองแห่งความหล่อเหลาได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น

 

ไฟหน้า LED ปรับลำแสงตามการเลี้ยวของพวงมาลัย

 

 

ชุดเบรคหน้าจาก AMG แบบ 4 POT

 

 

        ขึ้นชื่อว่าเป็น Mercedes AMG แล้ว สิ่งที่ทางค่ายเน้นมากที่สุดอย่างหนึ่ง คงหนีไม่พ้นเรื่องของบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ที่นอกจากต้องจัดเต็มในเรื่องของความหรูหราแล้ว ในขณะเดียวกันยังต้องสอดแทรกอารมณ์ความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยเช่นกัน โดย Mercedes AMG SLC43 มาพร้อมแผงหน้าปัดที่ผสานระหว่างทั้ง 2 สิ่งไว้ได้อย่างลงตัว พวงมาลัยมาในแบบท้ายตัดสไตล์สปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังค์ชั่นที่สามารถสั่งการลูกเล่นต่างๆ ได้เพียงปลายนิ้ว เช่นเดียวกับเบาะนั่งแบบกึ่ง Bucket Seat ที่หุ้มด้วยหนัง Nappa ปรับการทำงานได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำถึง 3 ตำแหน่ง ด้านระบบความบันเทิงนั้นก็จัดเต็มไม่แพ้กัน สามารถรองรับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลาย พร้อมให้คุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ตามแบบฉบับของ Harman Kardon® Logic 7®

 

 

          Mercedes AMG SLC43 มาพร้อมทีเด็ดแห่งการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบเบ็นซิน V6 พิกัดความจุ 3.0 ลิตร พ่วงด้วยเทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 5,500 -6,000 รอบ/นาที แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร มาให้ใช้งานกันแบบยาวๆ ตามสไตล์ของขุมพลังสมรรถนะสูงตั้งแต่ 2,000-4,200 รอบ/นาที โดยเครื่องยนต์บล็อคนี้จับคู่กับชุดเกียร์ 9G-TRONIC ที่ทางค่ายเคลมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 4.7 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถเติมอรรถรสในยามที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 5 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Eco ที่เน้นการตอบสนองอย่างนุ่มนวลและประหยัด, Comfort, Sport หรือจัดเต็มในโหมด Sport+ ที่จัดเต็มความเร้าใจในทุกการขับขี่ รวมไปถึงโหมดที่สามารถเลือกปรับรายละเอียดต่างๆ ได้ตามที่ต้องการอย่าง Individual

 

ขุมพลัง V6 BiTurbo พิกัด 3.0 ลิตร ให้กำลัง 367 แรงม้า

 

         ในครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้คลุกคลีอยู่กับ Mercedes AMG SLC43 พอสมควร ได้ทดลองขับและเดินทางในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันทั้งในและนอกเมือง ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อยครับ โดยก่อนที่จะออกเดินทาง แน่นอนว่าต้องจัดท่าทางอะไรกันให้เรียบร้อย โดยเฉพาะกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเช่นนี้ เรื่องของท่าทางในการขับขี่ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากทีเดียว ในส่วนของพวงมาลัยนั้น ด้วยความที่สามารถปรับเข้า-ออก ขึ้น-ลง ได้อย่างหลากหลาย ทำให้ปรับเซ็ตให้ลงตัวกับสรีระผู้ขับขี่ได้ง่าย แต่หากเรื่องของระยะห่างระหว่าเบาะกับคันเร่งนั้น สำหรับผู้ที่สูงราว 168 ซม. ช่วงขา 77 ซม. ให้ความรู้สึกว่าต้องเหยียดขามากไปสักเล็กน้อย หากไม่ชินอาจมีอาการเมื่อยที่หลายเท้าแบบเบาๆ แต่หากขับไปสักระยะ จะเริ่มชินไปเอง เบาะนั่งของ Mercedes AMG SLC43 ให้ความรู้สึกโอบกระชับ มั่นใจ ซึ่งช่วยกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งความเป็นสปอร์ต ในขณะที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยออกมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

          ทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องดังกระหึ่มขึ้นมาอย่างไม่รีรอ พร้อมกับเสียงครวญเบาๆ จากปลายท่อไอเสียให้ได้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ต โดยในขณะที่เริ่มต้นเดินทางในสภาพการจราจรที่ค่อนข้างแออัด ณ ย่านสาทร ผมเริ่มทดลองขับขี่ในโหมด Comfort เพื่อทำความคุ้นเคยกับรถอยู่สักพัก แม้ว่า Mercedes AMG SLC43 จะเป็นยนตรกรรมที่พกพาความเป็นสปอร์ตมาอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความผ่อนคลายจากสิ่งอำนวยความสะดวกและเสียงขับกล่อมจากชุดลำโพง Harman Kardon อย่างเต็มที่ และหลังจากที่ฝ่าการจราจรมาสักพัก การเดินทางก็เริ่มพบทางสว่างบนทางด่วนที่สามารถใช้ความเร็วและรีดเค้นสมรรถนะของโร๊ดสเตอร์ผู้นี้ได้อย่างที่ควรจะเป็น โดยผมเริ่มการขับขี่แบบสุภาพชนที่ความเร็ว 100 -120 กม./ชม. (ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,400 รอบ/นาที และ 1,700 รอบ/นาที ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ในเกียร์ 9) ซึ่งสำหรับการเดินทางด้วยความเร็วในระดับนี้ น่าจะให้ผลดีในเรื่องของอัตราสิ้นเปลือง เนื่องจากใช้รอบเครื่องยนต์ไม่สงมาก

 

 

          ก่อนจะขยับโหมดการขับขี่ให้เราใจยิ่งขึ้นเป็นโหมด Sport ฟีลลิ่งของตัวรถเริ่มเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด คันเร่งตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เกียร์ลากรอบสูงขึ้น พร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว การไต่ความเร็วของ Mercedes AMG SLC43 สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องในทุกย่าน และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ พละกำลังที่มีมาให้ใช้ สามารถสำแดงเดชได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตอบโจทย์มากๆ สำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ เรียกได้ว่า กดเป็นมาแบบไม่มีอาการอิดออด สามารถเร่งแซงได้อย่างเฉียบขาดและมั่นใจ อาจไม่ใช่รถแนวแรงแบบบ้าเลือด แต่ก็เรียกได้ออกแบบมาได้อย่างเหมาะสมกับคาแร็กเตอร์ในความเป็นโร๊ดสเตอร์ที่เน้นขับสนุก ใช้งานคล่องตัว โดยเฉพาะการขับขี่ในโหมด Sport+ ที่เรียกได้ว่า มีความเร้าใจมาให้เล่นกันแบบจัดเต็ม รอบเครื่องลากยาวขึ้น เปลี่ยนเกียร์เร็วขึ้น สุ้มเสียงดุดันมากขึ้น โดยในขณะที่ถอนคันเร่ง ระบบส่งกำลังจะลดเกียร์ลงให้โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยสร้าง Engine Brake มาแบ่งเบาภาระให้กับชุดเบรคอันทรงประสิทธิภาพจาก AMG ได้เป็นอย่างดี หรือหากบางท่านที่ชื่นชอบความสนุกที่มากกว่านั้น สามารถเลือกระบบการเปลี่ยนเกียร์ในโหมด M เพื่อที่จะเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ที่แป้น Paddle Shift ซึ่งความแตกต่างของการใช้ Paddle Shift ในโหมด M และ D ก็คือ ในโหมด M จะต้องชิฟต์เกียร์ขึ้นเอง 100% ส่วนในโหมด D แม้จะเลือกชิฟต์เกียร์ด้วยแป้น แต่หากลากจนรอบเกิน เกียร์จะเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ

 

 

           ทางด้านช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวของ Mercedes AMG SLC43 ถือว่าตอบสนองและให้ฟีลลิ่งในสไตล์นุ่มหนึบ มั่นใจ ไม่แข็งจนรูสึกกระด้างตามสไตล์ยนตรกรรมสมรรถนะสูงฝั่งยุโรป พวงมาลัยให้การตอบสนองที่เฉียบคม แม่นยำ สามารถบังคับทิศทางได้อย่างใจสั่ง โดยหากในขณะที่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงพร้อมเติมคันเร่งหนักๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการการ OverSteer หรือท้ายปัดเกิดขึ้น เนื่องจากระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP) สามารถจับอาการดีดดิ้นของตัวรถได้แบบอยู่หมัด แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความตื่นเต้นมากกว่านั้น (ไม่แนะนำให้กระทำบนท้องถนน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย) สามารถเลือกใช้งานใน Sport Handling Mode ที่จะช่วยเติมความสปอร์ตให้มากขึ้น รถสามารถเสียการทรงตัวได้เล็กน้อย เพื่อให้อะดรีนาลีนได้หลั่งออกมา แต่หากยังไม่สาแก่ใจ ก็ยังสามารถจัดเต็มด้วยการปิด ESP โดยกดปุ่มค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ทีนี้แหละ...ความท้าทายมีมารอให้คุณแบบไร้ขีดจำกัดแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป แนะนำให้เปิดระบบไว้ตามปกติจะเหมาะสมกว่า...เชื่อผมเถอะ ผมเรียนมา

 

 

           Mercedes AMG SLC43 ในความรู้สึกส่วนตัวของผล ถือว่าเป็นรถอีกคันหนึ่งที่เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจในด้านฟีลลิ่งการขับขี่ได้แบบจัดเต็ม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบรถในสไตล์โร๊ดเตอร์ที่เน้นความสนุกสนานในการขับขี่และสามารถบ่งบอกตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน โดยไม่มองในเรื่องประโยชน์ใช้สอยมากมายนัก (เพราะเชื่อว่าคนที่สามารถซื้อรถแนวนี้ได้ คงไม่ได้มีรถคันเดียวแน่ๆ) กับค่าตัว 4.99 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook