เขียนโดย: Pajingo

เมื่อ: 4 กรกฏาคม 2560 - 14:57

ภาพโดย: Chae

แช๊ะ

ภาพโดย: Refresh

Refresh

Chevrolet Colorado High Country Storm ขีดสุดแห่งประสบการณ์สุดท้าทาย กับปิคอัพสไตล์มะกันพันธุ์แกร่ง

 

        Chevrolet ส่งปิคอัพสายพันธุ์แกร่งรุ่นล่าสุดลุยตลาดเมืองไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยการกลับมาครั้งนี้ ทางค่ายได้ปรับภาพลักษณ์ให้ดุดัน สื่อถึงความเป็นกระบะสไตล์มะกันได้อย่างเข้าถึงยิ่งขึ้น พร้อมขนานนามแบบสุดคูลว่า Chevrolet Colorado High Country Storm (เชฟโรเลต และโคโลราโด ไฮคันทรี สตอร์ม) ซึ่ง BoxzaRacing จะพาทุกท่านไปสัมผัสกันว่า ปิคอัพผู้นี้ มีอะไรที่โดดเด่น หรือมีจุดสังเกตอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

 

Chevrolet Colorado High Country Storm

 

          สิ่งแรกของ Chevrolet Colorado High Country Storm ที่ผมเห็นและสร้างความประทับใจชนิดที่เรียกได้ว่าเป็น First Impression เลยก็คือ เรื่องของสีสัน ซึ่งทางค่ายเลือกที่จะเปิดตัวด้วยสีสันใหม่ที่มีชื่อว่า Blue Me Away อันเป็นสีที่ดูแล้วน่าค้นหา จนทำให้หลายๆ คนอดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้ว Chevrolet Colorado High Country Storm มีแค่สีนี้ สีเดียวหรือเปล่า ตำตอบก็คือ ทางค่ายทำออกมาจำหน่ายทั้งสิ้น  6 สี คือ สีแดง Pull Me Over Red, สีดำ Black Meet Kettle Metallic, สีขาว Summit White, สีเทาเมทัลลิก Satin Steel Grey Metallic และสีน้ำตาลเมทัลลิก Auburn Brown Metallic โดยในส่วนของชุดแต่งที่จะได้รับใน Storm ก็คือ สปอร์ตบาร์ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว, มือจับเปิดประตู, มือจับเปิดฝาท้าย, เส้นขอบหน้าต่าง และกันชนท้ายพร้อมเซ็นเซอร์ถอยหลัง, สติกเกอร์บนฝากระโปรงหน้าพร้อมโลโก้ High Country, สติกเกอร์ STORM, ตกแต่งด้านข้างตัวรถลายสปอร์ต และกระจกมองข้าง ซึ่งทุกชิ้นจะมาในสีดำ ให้ความรู้สึกที่คมเข้ม แข็งแกร่งทุกมุมมอง

 

 

           โดยส่วนตัวผมแล้ว ความรู้สึกที่มีให้กับ Chevrolet Colorado High Country Storm หากจะบอกว่าเป็นปิคอัพที่มีดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดารถกระบะที่มีจำหน่ายอยู่ในบ้านเรา ก็คงจะไม่ใช่คำพูดที่อวยกันเกินไปนัก เพราะทุกองค์ประกอบ มันช่างสอดรับกันได้อย่างลงตัวจริงๆ จะมีเพียงบางจุดที่รู้สึกขัดๆ ไปเล็กน้อย (โดยส่วนตัว) เช่น หากมองในด้านข้าง อาจจะรู้สึกว่าบั้นท้ายรถคันนี้ โด่งเกินหน้าเกินตาด้านหน้าไปบ้าง ซึ่งหากได้รับการยกให้ด้านหน้าสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย จนอยู่ในระดับที่เท่ากัน น่าจะเสริมราศีให้กับ Chevrolet Colorado High Country Storm ได้อีกไม่น้อยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นเพียงความรู้สึกโดยส่วนตัวเท่านั้น หากไม่ซีเรียสตรงจุดนี้ ถือว่าดีไซน์ของปิคอัพจากแดนมะกันอย่าง Storm สวยงาม ดุดัน ไร้ที่ติอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย

 

เต็มอิ่มกับความบันเทิงที่หลากหลาย พร้อมพลังเสียงระดับไฮเอนด์

 

ช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX ซ่อนไว้ในช่องเก็บของกลางคอนโซลอย่างลงตัว

 

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติสามารถปรับอุณหภูมิและความแรงของลมได้ตามต้องการ

 

          เปิดเข้ามาภายห้องโดยสาร สิ่งที่สัมผัสได้เป็นอันดับแรกเลย คือ เรื่องของความหรูหราโดยยังไม่ทิ้งกลิ่นอายของความแข็งแกร่งสไตล์ปิคอัพมะกัน ด้วยดีไซน์ที่รังสรรค์มาอย่างลงตัว สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้รับการจัดสรรมาให้แบบครบครัน พร้อมจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถหยิบจับ ใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิและความแรงของลมได้ตามต้องการ รวมไปถึงระบบอินโฟเทนเมนท์ MyLink แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายทั้งความบันเทิงที่รองรอบอุปกรณ์ได้ผ่านทาง USB, AUX หรือ Bluetooth รวมไปถึงระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างมากตั้งแต่ Colorado เจนเนอเรชั่นก่อน คงหนีไม่พ้นเรื่องของคุณภาพเสียงที่เรียกได้ว่า ใกล้ชิดความเป็นไฮเอนด์ได้แบบสุดๆ น่าพอใจ...แม้ไม่ผ่านการอัพเกรดเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีช่องเสียบไฟแบบ 12 โวลต์ มาให้ถึง 3 ช่อง ซึ่งแน่นอนว่า เพียงพอต่อการใช้งานของผู้โดยสารแบบเต็มคัน

 

เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง สำหรับผู้ขับ

 

เบาะนั่งตอนหลังกว้างขวาง พื้นที่วางเท้าเหลือๆ

 

          เบาะนั่งของ Chevrolet Colorado High Country Storm ออกแบบมาโดยเน้นความหรูหรา สะดวกสบายเป็นหลัก โดยเน้นสีสันในโทนดำ-น้ำตาล ความรู้สึกในการนั่งให้ความโอบกระชับในระดับที่น่าประทับใจ ปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง ในฝั่งคนขับ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อสังเกต คือ ตำแหน่งการเลื่อนไปด้านหน้าทำได้น้อยไปนิด บวกกับความที่ตำแหน่งพวงมาลัยไม่สามารถยืดเข้า-ออกได้ (ได้เฉพาะขึ้น-ลงเท่านั้น) ส่งผลให้คนที่มีความสูงต่ำกว่า 165 ซม. (ผมสูง 168 ซม. แต่คงเกิดมาแขนสั้น) รู้สึกว่าตำแหน่งการนั่ง ไกลพวงมาลัยไปเล็กน้อย แต่พอมีวิธีการแก้คือ ปรับตำแหน่งให้เบาะให้สูงขึ้นมาอีกนิด (โดยส่วนตัว ผมไม่ชอบการนั่งในตำแหน่งที่สูงมาก เพราะรู้สึกว่าขาดความมั่นคงและมั่นใจ) ก็จะช่วยให้สามารถปรับเบาะมาด้านหน้าได้อีกเล็กน้อย (แลกกับอาการหัวเข่าด้านซ้ายติดคอนโซลกลางเบาๆ ถือว่าพอยอมรับได้) แต่ถ้าเป็นคนที่มีความสูงในระดับ 170 ซม. ขึ้นไป หรือเกิดมามีบุญได้แขนที่ยาว เชื่อว่าจะไม่พบเจอกับปัญหานี้

 

มาตรวัดอนาล็อก พร้อมหน้าจอที่สามารถบ่งบอกค่าการทำงานได้อย่างครบถ้วน

 

ปุ่มปรับระบบเตือนเพื่อป้องกันการชนรถด้านหน้า ที่สามารถปรับความห่างในการเตือนได้ถึง 3 ระดับ

 

สวิตช์เปิด-ปิดไฟหน้า สามารถตั้งเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมทั้งปรับระดับความสูงของลำแสงได้

 

ที่ชอบสุดๆ ก็ Engine Remote Start นี่ล่ะครับ

 

          มาตรวัดของ Chevrolet Colorado High Country Storm มาในรูปแบบอนาล็อกสลับหน้าจอที่สามารถบ่งบอกข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน โดยสามารถเลือกดูข้อมูลที่ต้องการได้ผ่านสวิตช์ควบคุมบริเวณก้านไฟเลี้ยว ส่วนสวิตช์เปิด-ปิดไฟหน้า ขยับมาอยู่บริเวณคอนโซลด้านขวา โดยสามารถตั้งเปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมทั้งปรับระดับความสูงของลำแสงได้จากปุ่มที่อยู่ด้านข้างกัน พวงมาลัยมาในรูปแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมลูกเล่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียง, Cruise Control หรือแม้แต่ปุ่มปรับระบบเตือนเพื่อป้องกันการชนรถด้านหน้า ที่สามารถปรับความห่างในการเตือนได้ถึง 3 ระดับ (และสามารถปิดได้ แต่แนะนำให้เปิดไว้จะดีกว่า เผื่อจังหวะเผลอ มีตัวช่วย...ดีกว่าต้องไปเบรคกับกันชนท้ายของรถด้านหน้า) นอกจากนั้น Chevrolet Colorado High Country Storm ยังมาพร้อมอีกหนึ่งฟังค์ชั่น ที่เรียกได้ว่า เหมาะกับการใช้งานในสภาพภูมิอากาศประเทศไทยมากที่สุด นั่นก็คือ ระบบ Engine Remote Start ที่สามารถสตาร์ทเครื่องได้จากรีโมทเพื่อเตรียมความพร้อม เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำก่อนเดินทาง เพียงแค่กดล็อครถและกดปุ่มค้างไว้ประมาณ 3 วินาที โดยประตูรถจะยังคงล็อคอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือ ความเย็นสบาย ไม่ต้องมาหัวเสียกับห้องโดยสารร้อนๆ ขณะจอดรถตากแดดเป็นเวลานานๆ นั่นเอง

 

ขุมพลัง Duramax พิกัด 2.5 ลิตร 180 แรงม้า พร้อมแรงบิด 440 นิวตัน-เมตร เร้าใจ...ติดปลายเท้า

 

          Chevrolet Colorado High Country Storm มาพร้อมขุมพลัง Duramax พิกัด 2.5 ลิตร จับคู่เทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbo (VGT) มอบกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที โดยส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เมื่อพุดมาแบบนี้ อาจทำให้หลายๆ ท่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ค่ายโบว์ไทค์เกิดความสงสัย ว่าเพราะเหตุอันใดต้องขยับลดความเร้าใจจากขุมพลังบล็อคเดิมที่มาในพิกัด 2.8 ลิตร และให้กำลังถึง 200 แรงม้า ซึ่งดูแล้วเหนือกว่าออกไป แต่ในความเป็นจริง หลังจากที่ผมได้สัมผัสพละกำลังของเครื่องบล็อคนั้น (ที่ตัวเลขค่อนข้างขัดกับความรู้สึกที่ได้รับ...พูดตรงๆ คือ ม้าเยอะ แต่ไม่แรง) มาแล้วก่อนหน้านี้ รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลจากค่ายอื่นๆ มากมาย ความรู้สึกที่ได้รับจากเครื่อง Duramax บล็อกนี้ เรียกได้ว่า มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ให้ความรู้สึกที่แรงไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว (ความรู้สึกโดยส่วนตัว และจากเพื่อนสื่อมวลชนอีกท่านหนึ่งที่นั่งไปด้วยกันขณะทดลองขับบอกว่า...แรงกว่าเครื่อง 2.8 ลิตร 200 แรงม้า ที่เคยมีมาอย่างรู้สึกได้ ย้ำนะครับ...ว่ามันเป็นเรื่องของความรู้สึก ที่ไม่ได้อ้างอิงด้วยตัวเลข หรือพูดกันง่ายๆ คือ ขับแล้วรู้สึกตื๊ดกว่า สนุกกว่า)

 

 

           หลังจากที่คลุกคลีอยู่กับ Chevrolet Colorado High Country Storm มาเป็นระยะเวลาพอสมควร ได้ทดลองทั้งการใช้งานในเมือง รวมถึงการเดินทางในต่างจังหวัด และมีโอกาสได้ทดลองใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรูปแบบออฟโร๊ดมาแบบหอมปากหอมคอ ก็พอจะได้ข้อมูลมาบอกเล่า เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่กำลังหมายปองรถรุ่นนี้ หรืออยากจะได้ปิคอัพมาเป็นพาหนะคู่ใจสักคันหนึ่ง ซึ่งผมคงไม่พูดถึงการใช้งานในเมืองอะไรมากมายนัก เพราะไม่ใช่จุดเด่นหรือวัตถุประสงค์หลักของการเลือกใช้รถในรูปแบบนี้ รู้แค่เพียงว่า ใช้งานได้ง่าย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้ เช่น กล้องมองหลัง, เซ็นเซอร์และระบบเตือนป้องกันการชน, ระบบตรวจจับระยะห่างกับรถคันหน้าที่เหมาะสม รวมไปถึงการตอบสนอง ความทรงพลัง แรงบิดที่โดดเด่นของเครื่องยนต์ น่าจะช่วยให้ชีวิตการใช้งานในเมืองของคุณ ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

          สำหรับการเดินทางในระยะไกล Chevrolet Colorado High Country Storm ยังคงให้การตอบสนองที่โดดเด่น ด้วยเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงถึง 440 นิวตัน-เมตร ช่วยให้การไต่ความเร็ว หรือการเร่งแซง ทำได้ง่าย โดยแทบจะไม่ต้องลดเกียร์มาเพื่อเรียกรอบ หากไม่ได้ต้องการเค้นกันแบบสุดตัวจริงๆ การเดินทางที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เข็มวัดรอบเครื่องยนต์ชี้อยู่ที่ 1,600 รอบ/นาที (และ 1,850 รอบ/นาที ที่ 120 กม./ชม.) ซึ่งถือว่าไม่สูง ส่งผลโดยตรงในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลือง การวิ่งคงที่ด้วยความเร็วราว 120 กม./ชม. ห้องโดยสารยังคงให้ความสบายสูงสุด แทบไม่ได้ยินเสียงเสียงรบกวนจากภายนอกเลยแม้แต่น้อย แต่หากมีบ้างในย่านความเร็วที่เกิน 140 กม./ชม. ขึ้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ความเร็วที่แนะนำ (แม้ว่ารถรุ่นนี้จะทำได้แบบสบายๆ ชนิดที่ว่าในความเร็วไหลยาวๆ และช่วงล่างยังคงรับมือได้อยู่หมัดก็ตามที) เนื่องด้วยเหตุผลในด้านกฎหมาย ความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทาง รวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองที่อาจด้อยลงไปบ้าง ระบบ Cruise Control ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และล็อคความเร็วในการเดินทางได้อย่างแม่นยำ ด้วยความที่เครื่องยนต์มีแรงบิดที่สูง ช่วยให้การรักษาความเร็วทำได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ว่าจะต้องเจอกับความชันที่เปลี่ยนไปตามสภาพถนนก็ตาม การเดินทางไกลๆ ความเร็วคงที่ 120 กม./ชม. มีทะลุบ้างในหลายๆ ช่วง อัตราการสิ้นเปลืองยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่ 12.6 กม./ลิตร ส่วนเมื่อรวมกับการใช้งานในเมืองที่หยุดนิ่งบ่อยๆ ด้วยแล้ว อัตราการสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ราว 11.4 กม./ลิตร

 

เรื่องลุย...ขอให้บอก

 

 

           ในส่วนของการเซ็ตช่วงล่างนั้น ต้องบอกว่าทำได้ดี ฟีลลิ่งในย่านความเร็วปกติ 100-120 กม./ชม. ให้ประสิทธิภาพในการทรงตัวที่โดดเด่น นุ่มนวล กระชับ แม้ในบางช่วงของเส้นทางต้องเจอกับคอสะพานชันๆ อยู่หลายครั้ง แต่ขึ้น-ลงด้วยความเร็วสูง (120+ ต้องมีล่ะงานนี้) ยังคงไม่สร้างปัญหาให้กับ Chevrolet Colorado High Country Storm เรียกได้ว่า สามารถซับแรง และจับอาการของตัวรถได้อย่างอยู่หมัด ไม่มีลอยให้ต้องเหวอเล่นๆ เหมือนกำลังลังขี่โมโตครอส ระบบเบรคในความรู้สึกส่วนตัว ผมว่ามันทำหน้าที่ในการสยบความเร็วที่ล้อได้ดีอย่างน่าประทับใจอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะหยุดได้เร็วหรือช้า มันขึ้นอยู่กับหลายๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนัก ความสูงและจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ซึ่งมีผลต่อโมเมนตัมในการเคลื่อนที่ รวมหน้าสัมผัสของยาง ซึ่งการจะขับรถประเภทนี้ให้หยุดได้อย่างใจสั่งอย่างพวกสปอร์ตคาร์ทั้งหลาย คงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ดังนั้นการกำหนดรูปแบบการขับขี่ของตัวเอง ให้เหมาะกับสไตล์ของตัวรถ นั่นคือ สิ่งที่ผู้ขับขี่พึงระลึกอยู่เสมอ ดังนั้นสำหรับการขี่รถประเภทนี้ ไม่ว่าแบรนด์ไหนๆ BoxzaRacing ขอแนะนำให้เผื่อระยะเบรกอย่างเหมาะสม จะเป็นการดีที่สุด

 

สาดแรงแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหวั่นสำหรับ Chevrolet Colorado High Country Storm 

 

          ปิดท้ายด้วยเรื่องของการขับขี่ในรูปแบบออฟโร๊ด ที่ BoxzaRacing ได้ลองแบบเบาๆ กับฟังค์ชั่นที่ให้มาใน Chevrolet Colorado High Country Storm ต้องบอกว่า น่าจะเพียงพอสำหรับสายลุย ที่ไม่ต้องมัวแต่มาคุยให้เสียเวลา เพราะทุกสิ่งที่จัดเตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น Limited Slip (ทำงานทันทีเมื่อเลือกใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ) และระบบตัวช่วยต่างๆ รวมทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ทุกองค์ประกอบล้วนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างแข็งขัน ไม่มีอาการอิดออด แม้ว่าจะแกล้งลองสาดให้ตัวรถเสียอาการ แต่ระบบตัวช่วยเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะดึง Chevrolet Colorado High Country Storm กลับมาอยู่กับร่องกับรอง เพื่อช่วยให้ทุกการขับขี่ เปี่ยมไปด้วยความปลอดภัย มั่นใจ และสามารถเปลี่ยนทุกอุปสรรค์ ให้กลายเป็นความท้าทายที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสอย่างเต็มที่

 

 

Chevrolet Colorado High Country Storm ขับเคลื่อนสองล้อ เกียร์อัตโนมัติ 1,028,000 บาท

Chevrolet Colorado High Country Storm ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 1,098,000 บาท

 

ขอขอบคุณ...ทีมงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ Chevrolet สำหรับรถทดสอบและทุกการอำนวยความสะดวกตลอดการทดลองขับ

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook