เขียนโดย: Pajingo

เมื่อ: 22 ตุลาคม 2559 - 09:32

ภาพโดย: BeastTorque

Automotive | Lifestyle | Cars

ภาพโดย: Chae

แช๊ะ

Honda Accord Hybrid จะตามใครทำไม ในเมื่อโลกต้องหมุนตามคุณ

          Honda Accord Hybrid (ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด) รุ่นล่าสุดเปิดตัวเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับการพัฒนาต่อยอด หรือไมเนอร์เชนจ์มาจากจาก Honda Accord Hybrid เจนเนอเรชั่นที่ 9 ภายใต้อีกขีดขั้นแห่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ล้ำสมัยขึ้นไปอีกระดับ เช่นเดียวกับเรื่องของเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย พร้อมตัวช่วยที่เติมเต็มมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างเหนือระดับยิ่งขึ้น โดยการมาในครั้งนี้ ทางค่าย Honda ได้ชูจุดเด่นเหนือชั้นด้วยระบบที่เรียกกันว่า Honda SENSING เพื่ออีกขีดขั้นของการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยสมกับความเป็นผู้นำในโลกแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยม

 

Honda Accord Hybrid Tech

 

 

          สิ่งที่ทางค่าย Honda ตั้งใจจะนำเสนอใน Honda Accord Hybrid โฉมไมเนอร์เชนจ์ ประกอบไป 3 แนวคิดหลักๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ในรูปแบบพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง ไล่มาตั้งแต่ สไตล์ที่ใส่ความเป็นสปอร์ตเข้าไปมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ในส่วนของภาพลักษณ์ หรือแม้แต่เรื่องของฟีลลิ่งในการขับขี่ที่ต้องเร้าใจภายใต้สมรรถนะที่มีความโดดเด่น โดยยังคงคอนเซ็ปท์ความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามสไตล์ของยนตรกรรมไฮบริดขนานแท้ และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยในทุกการขับขี่ ซึ่งด้วยองค์ประกอบเหล่านี้เอง เป็นหัวใจที่ช่วยหล่อหลอมให้ยนตรกรรมระดับพรีเมี่ยมอย่าง Honda Accord Hybrid เป็นซีดานที่สมบูรณ์แบบแห่งโลกยานยนต์ในยุคปัจจุบัน

 

ไฟหน้า LED พร้อมไฟเดย์ไลท์และไฟส่องด้านข้างขณะเลี้ยว

 

ล้ออัลลอยไซส์ 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต

 

หลังคา Sun Roof ไฟฟ้า

 

          สำหรับรุ่นที่ทาง BoxzaRacing ได้ทดลองขับในครั้งนี้เป็น Honda Accord Hybrid Tech ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นท้อป นำเสนอภาพลักษณ์ที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยประเด็นแรกที่เรียกได้ว่าโดดเด่นที่สุด คงหนีไม่พ้นไฟหน้าที่มาในรูปแบบ LED ที่พร้อมเปล่งประกายเจิดจรัสพร้อมให้ทัศนวิสัยที่โดดเด่นในยามค่ำคืย โดยมาพร้อมฟังค์ชั่นที่สามารถเปิด-ปิดการทำงานได้โดยอัตโนมัติตามสภาพแสง นอกจากนี้ยังมี LED Day Light ที่วางขนาบข้างกับกระจังหน้าสีฟ้าตามแบบฉบับความเป็นยนตรกรรม Hybrid เติมความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยสปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ หลังคา Sun Roof ที่พร้อมปรับอารมณ์การขับขี่ได้อย่างเหนือชั้นเพียงปลายนิ้วสัมผัส

 

คอนโซลดีไซน์ล้ำสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

 

ม่านหลังไฟฟ้า ขึ้น-ลง ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

 

          ในส่วนของห้องโดยสาร Honda Accord Hybrid Tech มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหรา ทันสมัยตามแบบฉบับที่ทางค่ายยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด พร้อมจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้สามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องละสายตายจากถนน พวงมาลัยมาในแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมสวิตซ์ควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ปุ่มควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมด้วยปุ่มควบคุมระบบ ACC และระบบ LKAS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในระบบ Honda SENSING แผงหน้าปัดมาในแบบแบบอนาล็อคสามารถแสดงข้อมูลได้อย่างชัดเจน พร้อมหน้าจอ Multi-Information Display (MID) เพื่อแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ คอนโซลและแผงข้างประตูเติมความหรูหรา เหนือระดับด้วยชุดแต่งลายไม้แซมด้วยสีดำ Piano Black ส่วนเบาะนั่งมาในสีน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง พร้อมระบบปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง และหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับ ส่วนสำรับผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง สำหรับระบบปรับอากาศมาในแบบอัตโนมัติแบบ Dual Zone ที่สามารถปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา  พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

หน้าปัทเรือนไมล์ สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน

 

ควบคุมระบบความบันเทิงพร้อมจะบบนำทางได้ที่หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว

 

พวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่น ควบคุมลูกเล่นต่างๆ เพียงปลายนิ้ว

 

 

          เต็มอิ่มกับระบบความบันเทิงระดับไฮเอนด์ ประกอบไปด้วยหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบสัมผัส รองรับ Apple CarPlay หรือเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ MirrorLink พร้อมระบบสั่งการแบบอัจฉริยะ Smart Interface เพื่อควบคุมเครื่องเสียง ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย ข้อมูลรถยนต์ และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น HDMI, USB 2 ตำแหน่ง และช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ Multi-Information Display (i-MID) ขนาด 7.7 นิ้ว ที่สามารถแสดงผลของระบบเครื่องเสียง รวมถึงข้อมูลต่างๆ ได้แบบครบถ้วน และจะแสดงภาพจากกล้องส่องภาพด้านหลังที่สามารถปรับมุมมอง 3 ระดับ รวมถึงแสดงภาพมุมอับขณะเปลี่ยนเลน (ทำงานเมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้าย) เพื่อเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ได้อีกระดับ ส่วนพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายออกแบบมาอย่างกว้างขวางโดยมีความจุถึง 424 ลิตร

 

ขุมพลังไฮบริด กับความเร้าใจถึง 215 แรงม้า

 

          อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของ Honda Accord Hybrid Tech คงหนีไม่พ้นเรื่องของขุมพลังที่ได้รับการอัพเกรดให้มีสมรรถนะที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น โดยมีแรงม้ามากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 16 แรงม้า ซึ่งเป็นผลพวงจากการผสานกำลังกันของเครื่องยนต์เบ็นซิน Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พิกัด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที กับระบบไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยกำลังรวมทั้งระบบถึง 215 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และแบตเตอรี่ไฮบริดแบบลิเธียม-ไออน 1.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่สามารถชาร์จไฟกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วและจ่ายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถขับขี่ในโหมดการขับขี่ด้วย EV Drive Mode ได้อย่างต่อเนื่องและทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งแม้ระบบมอเตอร์และแบตเตอรี่จะมีขนาดที่เล็กลง แต่ยังทรงประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนที่เหนือชั้น

 

 

          พื้นฐานของระบบการขับเคลื่อนของ Honda Accord Hybrid Tech คือ หลักๆ จะใช้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ รวมถึงการปั่นเจนเนอเรเตอร์จากเครื่องยนต์เพื่อสร้างกำลังไฟจ่ายให้กับมอเตอร์ โดยสามารถขับขี่ในโหมดต่างๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ที่เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ในเมือง, โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เพื่ออัตราเร่งที่ต่อเนื่อง ทันใจ โดยยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่, โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) ซึ่งเหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ รวมถึงโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่ช่วยเรียกความเร้าใจในการขับขี่ได้แบบเต็มพิกัด

 

กุญแจอัจฉริยะ สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากระยะไกล

 

กล้องส่องหลังสำหรับระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน

 

          ด้านระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ซึ่งเสริมความแข็งแกร่งและจุดยึดแน่นของสตรัทและซับเฟรมด้านหน้า โดยโครงสร้างใหม่ใช้แนวคิดโครงสร้างตัวถังนิรภัย ACE ที่ช่วยปกป้องหากเกิดการชนทางด้านหน้า ยึดติดอยู่กับซับเฟรมน้ำหนักเบาที่ผลิตขึ้นจะอลูมิเนียมและเหล็ก ส่วนระบบช่วงล่างหลังมาในแบบอิสระมัลติลิงค์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ช่วยสร้างเสถียรภาพการขับขี่ที่เหนือชั้นในทุกย่านความเร็ว ระบบบังคับเลี้ยวมาในแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) ที่ปรับน้ำหนักตามความเร็ว พร้อมระบบเบรกเซอร์โวไฟฟ้าที่ให้ประสิทธิภาพในการสยบความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกรูปแบบการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบตัวช่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อม ระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS), ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW), ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch), ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light - ACL) 

 

 

          นับเป็นโอกาสดีที่การทดลองขับในครั้งนี้ ทาง BoxzaRacing ได้ลองสัมผัสสมรรถนะของ Honda Accord Hybrid Tech กันแบบยาวๆ ร่วม 1,000 กม. ทำให้ผมได้ทดลองระบบต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ในรถได้อย่างครอบคลุม ไล่มาตั้งแต่ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์จากระยะไกล ที่นับว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หากคุณต้องจอดรถกลางแจ้งเป็นระยะเวลานานๆ เมื่อมีระบบนี้เป็นตัวช่วยในการสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารก่อนเดินทาง เบาะนั่งของ Honda Accord Hybrid Tech ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี สามารถปรับให้เข้ากับสรีระได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่ปรับระดับได้ตามต้องการ สำหรับการขับขี่ในเมืองที่สภาพการจราจรแออัดนั้น ต้องบอกเลยว่า Honda Accord Hybrid Tech เป็นยนตรกรรมที่คุณคู่ควรอีกหนึ่งรุ่น เนื่องจากการขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า EV Mode สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่ไม่สูงนัก รวมถึงการจอดนิ่งอยู่กับที่ ซึ่งเครื่องยนต์จะทำงานเพียงแค่ชาร์จไฟจ่ายให้กับเจนเนอเรเตอร์และเข้าสู่แบตเตอรี่เท่านั้น โดยระบบเครื่องปรับอากาศยังให้ความเย็นได้อย่างทั่วถึงทั้งคัน เช่นเดียวกับระบบเครื่องเสียงที่ให้ความบันเทิง พร้อมรองรับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลาย สร้างความผ่อนคลายได้อย่างน่าประทับใจ

 

 

          สำหรับการขับขี่นอกเมือง ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับกำลังมาจากเจนเนอเรเตอร์ที่ปั่นโดยเครื่องยนต์ สร้างกำลังให้ตัวรถขับเคลื่อนได้อย่างทันท่วงที สามารถไต่ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง กระฉับกระเฉง เร้าใจทุกการเร่งแซง เพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ ตัวรถ Honda Accord Hybrid Tech ก็พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยทาง Honda พยามยามออกแบบให้รถรุ่นนี้ ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อนให้มากที่สุด ยกเว้นในช่วงที่ความเร็วสูงมากๆ ระบบจะตัดกำลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์และใช้เครื่องยนต์เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนแทน หลังจากที่เดินทางมาสักระยะ ผมได้ทดลองใช้ระบบต่างๆ จนครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control ที่สามารถเดินทางได้ตามความเร็วที่ต้องการ โดยหากเมื่อมีรถหรือสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ความเร็วจะถูกปรับลดลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกระยะห่างกับรถคันหน้าได้ตามต้องการถึง 3 ระดับ นอกจากนี้หากคุณต้องเดินทางเป็นระยะเวลานานๆ จนทำให้อาจเกิดอาการวูบไปชั่วขณะ Honda Accord Hybrid Tech ยังมีระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System ที่จะช่วยหักหรือขืนพวงมาลัยให้ตัวรถอยู่ในช่องทางที่ถูกต้องหรือเหมาะสม หรือหากเกิดอาการเผลอเหยียบคันเร่งค้างไว้แล้วขับเข้าใกล้รถคันข้างหน้ามากเกินไป ระบบเตือนการชนด้านหน้าก็จะกระพริบและส่งเสียงเตือนขึ้นมาที่กระจกหน้า ซึ่งก็ให้ความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Honda Accord Hybrid Tech

 

 

          สิ่งหนึ่งที่อดชื่นชมไม่ได้เลยนั่นก็คือ ประสิทธิภาพของชุดเบรกที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยเท่าที่เคยได้สัมผัสรถไฮบริดรุ่นต่างๆ มาพอสมควร Honda Accord Hybrid เป็นหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่ให้ฟีลลิ่งในการเบรคที่เป็นธรรมชาติเหมือนกับรถทั่วๆ ไปที่ไม่ใช้ไฮบริด ให้น้ำหนักที่แป้นเบรกเท่าไหน ความเร็วก็รถลงตามแรงที่กดลงไป ผิดกับรถไฮบริดทั่วๆ ไป ที่ส่วนใหญ่จะมีอาการเบรกทื่อ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยสักระยะ ด้านระบบช่วงล่าง ก็ถือว่าปรับเซ็ทออกมาได้อย่างเหมาะสม คือ ให้ความสบายในการเดินทาง นุ่มนวล เงียบ แต่ยังคงประสิทธิภาพในการทรงตัวที่ดี แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ส่วนเรื่องของอัตราการสิ้นเปลือง เรียกได้ว่าน่าพอใจ ทั้งกับการใช้งานในเมืองที่สภาพการจราจรแออัด รวมถึงการขับขี่นอกเมืองที่ส่วนใหญ่ขับแช่ที่ความเร็วสูง และต้องมีการเร่งแซงอยู่บ่อยครั้ง แต่ตัวเลขบนจอแสดงผลยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 16.X กม./ลิตร ซึ่งสำหรับการใช้งานระดับนี้ ถือว่าน่าพอใจมากๆ ทีเดียว

 

ขับกันโหดๆ แต่อัตราสิ้นเปลืองการสิ้นเปลืองป้วนเปี้ยนอยู่แถว 16.X กม./ลิตร ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

 

          Honda Accord Hybrid Tech นับเป็นซีดานระดับพรีเมี่ยมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ภายใต้รูปลักษณ์ที่สง่างาม บวกกับเทคโนโลยีชั้นเลิศที่ทางค่ายใส่เข้าไปแบบไม่มีกั๊ก พร้อมระบบขับเคลื่อนที่มีความล้ำสมัย แรงเร้าใจ ภายใต้อัตราการสิ้นเปลืองที่น่าชื่นชม เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในตลาดที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยจริงๆ

 

Honda Accord Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น Hybrid ราคา 1,659,000 บาท และรุ่น Hybrid Tech ราคา 1,849,000 บาท 

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook