เขียนโดย: Niageria Boy

เมื่อ: 29 มิถุนายน 2559 - 17:52

ภาพโดย: Chae

แช๊ะ

แบตเตอรี่รถยนต์ แบ่งได้กี่ประเภท พร้อมความรู้เรื่องแบตเตอรี่แบบเจาะลึก

          แบตเตอรี่รถยนต์ (Car Battery)  มีหน้าที่ส่งกระแสไฟที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ไปยังมอเตอร์สตาร์ท เพื่อทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติด เมื่อเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว แบตเตอรี่ก็หมดหน้าที่ จากนั้นในเครื่องยนต์จะมีไดชาร์จซึ่งมีหน้าที่ชาร์จกระแสไฟกลับเข้าไปยังแบตเตอรี่จนเต็มเรียบร้อยแล้ว จะมีอุปกรณ์ตัดไฟในรถยนต์เรียกว่า คัทเอาท์ ทำหน้าที่ตัดการชาร์จไฟ ไม่ให้กระแสไฟถูกชาร์จเข้าไปในแบตเตอรี่มากหรือน้อยเกินไป  เนื่องจากถ้าแบตเตอรี่ได้รับไฟมากหรือน้อยเกินไปแล้ว จะทำให้แบตเตอรี่นั้นเกิดการเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

 

 

          สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบตามลักษณะ คือ แบตเตอรี่แบบต้องเติมน้ำกลั่น และแบตเตอรี่แบบพร้อมใช้ ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ ก็จะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักกับแบตเตอรี่ทั้ง 2 แบบ กันให้มากขึ้นดีกว่าครับ

 

 

          แบตเตอรี่แบบเติมน้ำ (Conventional Battery)  เป็นแบตเตอรี่ที่ต้องทำการเติมกรดเจือจาง แล้วทำการชาร์จไฟก่อนนำไปใช้งาน และผู้ใช้ควรหมั่นตรวจดูระดับของน้ำให้อยู่ที่ขีดบนเท่านั้น หากน้ำต่ำกว่าขีดที่กำหนด ให้เติมน้ำกลั่นเท่านั้นให้จนระดับของเหลวภายใน อยู่ที่ขีดบนของแบตเตอรี่ โดยควรหมั่นตรวจดูอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

 

 

แบตเตอรี่พร้อมใช้ (Maintenance Free Battery)  แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้

  • แบตเตอรี่ไฮบริด  คือ แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ทันที แต่ยังคงต้องคอยดูแลระดับน้ำในแบตเตอรี่ ไม่ให้ต่ำกว่าระดับเช่นเดียวกับแบตเตอรี่แบบน้ำ
  • แบตเตอรี่ SMF หมายถึง แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ทันที และไม่ต้องดูแลตลอดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่เลย โดยสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานเบื้องต้นได้จากการดูที่ตาแมว (Cat eye) เท่านั้น

 

การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์

           ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด ทุกท่านสามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ท่านสามารถใช้แบตเตอรี่ที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา โดยมีสิ่งที่ควรทำดังนี้

  1. ตรวจดูระดับน้ำในแบตเตอรี่ ให้อยู่ที่ขีดที่กำหนดไว้เสมอ หากระดับน้ำในระบบพร่องไป ให้เติมน้ำกลั่นในทันที ให้อยู่ที่ขีดบน Upper Level
  2. ควรทำการตรวจเช็คอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้ง
  3. ตรวจดูที่ตาแมว จะอยู่บนฝาของแบตเตอรี่ สังเกตดูโดยว่า ถ้าแบตเตอรี่ยังึคงสถานะการทำงานปกติ ตาแมวต้องแสดงเป็นสีเขียว หากเป็นสีอื่นควรนำรถไปปรึกษาช่างทันที

 

 

ข้อแนะนำในการเปลี่ยนแบตเตอรี่

          การเลือกแบตเตอรี่ทุกครั้ง ควรใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่าเดิม และมีแอมป์เท่าเดิม เนื่องจากขนาดและแอมป์ที่ใช้อยู่เดิมนั้น เหมาะสมกับรถยนต์แล้ว โดยวิศวกรจากโรงงานผลิตรถยนต์ได้กำหนดให้แบตเตอรี่ เหมาะสมกับอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าในรถยนต์แต่ละรุ่นไว้เรียบร้อยแล้ว หากต้องการเพิ่มขนาดและแอมป์แบตเตอรี่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุดครับ

 

 

          หากเป็นไปได้...ทาง BoxzaRacing ขอแนะนำให้เพื่อนๆ ใช้แบตเตอร์รี่ที่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเทศในเขตร้อน เช่นประเทศไทยของเรา ยกตัวอย่างแบตเตอร์รี่ G7 ที่มีผลทดสอบอายุการใช้งานในห้องทดลองแล้วว่า สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ยาวนาน เนื่องจากใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในการผลิตแบตเตอรี่ แถมยังมีประสบการณ์ด้านการผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 30 ปี แบตเตอรี่ G7 จำหน่ายในประเทศไทยมากว่า 5 ปี คุณภาพมาตรฐานส่งออก กำลังไฟในการสตาร์ทเครื่องยนต์ดีเยี่ยม อายุการใช้งานยาวนาน ราคาไม่แพง ซึ่งในปัจจุบันแบตเตอรี่ G7 ก็มีทั้งแบบ Conventional หรือแบบเติมน้ำ และแบบ Maintenance Free หรือแบตแห้ง โดยแบตเตอรี่ G7 มีให้เลือกหลากรุ่น หลายความต้องการ สามารถใช้ได้กับรถญี่ปุ่น และรถยุโรป ซึ่งนอกจากของรถยนตืแล้ว ยังมีแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไวค์ในชื่อรุ่น GTZ5s ซึ่งหากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 0-2398-2288 โดยทุกท่านสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายแบตเตอรี่ทั่วประเทศ

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook