เขียนโดย: Johburut

เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2559 - 11:32

Rocket Bunny ประวัติและความเป็นมา อุดมการณ์และแรงบันดาลใจ

          ในวันนี้ BoxzaRacing จะพาไปทำความรู้จักกับสำนักแต่งรถที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในชั่วโมงนี้ นั่นก็คือ สำนักบอดี้พาร์ทชื่อดังแห่งเมืองเกียวโตะ TRA Kyoto (ทีอาร์เอ เกียวโตะ) ในบทความนี้ เราจะไปขุดค้นประวัติความเป็นมา อุดมการณ์ รวมไปถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบบอดี้พาร์ทที่ทำให้สำนักแต่งรถเล็กๆ แห่งนี้ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่ปี

 

โลโก้ของ Rocket Bunny ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่คุ้นตาของสาวกรถแต่งทั่วโลก

 

          เคอิ มิอุระ (Kei Miura) เจ้าสำนัก TRA Kyoto หรือที่รู้จักกันชื่อ Rocket Bunny ได้ก่อตั้งสำนักแห่งนี้เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยตอนแรกเริ่มนั้น สำนัก TRA เป็นเพียงแค่ร้านทำไฟเบอร์กลาสเล็กๆ แต่ด้วยความชอบรถยนต์ของคุณมิวระ จึงได้เริ่มปลุกปั้นบอดี้พาร์ทให้กับรถซิ่ง รวมไปถึงรถแข่งด้วย โดยพาร์ทชิ้นแรกๆ ที่เริ่มทำนั้นก็คือ โป่งล้อหรือที่เรียกว่า “โอเวอร์เฟนเดอร์” นั่นเองครับ

 

คุณมิอุระ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของสำนัก TRA Kyoto

 

Toyota FT86 กับชุดแต่ง Rocket Bunny (รถของคุณมิอุระ)

 

         ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักแต่งบอดี้พาร์ทชื่อดัง แต่ธุรกิจหลักของสำนัก TRA Kyoto คือ การดีไซน์แอโรพาร์ทและขายให้กับบริษัทอื่นๆ นอกจากนั้น TRA ยังออกแบบและจำหน่ายล้อแม็กภายใต้แบรนด์ TRA Racing Wheels ซึ่งเป็นล้อสไตล์เรทโทรที่เหมาะกับรถยนต์แนวคลาสสิค

 

ล้อแม็กลาย DRAG-4 จากสำนัก TRA Kyoto

 

          ความจริงแล้ว สำนักบอดี้พาร์ทแห่งนี้มีชื่อว่า TRA Kyoto (TRA ย่อมาจาก Top Racing Art) ส่วนคำว่า “Rocket Bunny” นั้น เป็นชื่อของโปรดัคส์ชิ้นหนึ่งภายใต้แบรนด์ TRA นะครับ ไม่ใช่ชื่อของสำนักแต่งรถอย่างที่หลายคนเข้าใจ สำหรับชุดแต่ง Rocket Bunny นั้น ก็ได้กลายมาเป็นสินค้าชูธงของสำนัก TRA ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในฝั่งยุโรปและอเมริกา

 

ชุดแต่ง Rocket Bunny ของ Honda Civic EG

 

          ด้วยความโค้ง-เว้าที่ลงตัวของโป่งหน้า-หลังก็ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี อีกทั้งฟิตเมนท์สุดโหดที่ทำให้รถดูเป็นกึ่งสายโชว์-กึ่งสายซิ่ง ด้วยเหตุนี้ ชุดแต่ง Rocket Bunny จึงลายมาเป็นพาร์ทที่สาวกรถซิ่งทั่วโลกอยากมีไว้ในครอบครองอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

BenSopra GT-R อีกหนึ่งผลงานระดับโลก ที่คุณมิอุระมีส่วนร่วมทั้งในขั้นตอนการออกแบบและผลิต

 

          เอกลักษณ์ของชุดแต่งที่สร้างสรรค์โดยคุณมิอุระนั้น คือ การผสมผสานระหว่างโลกยุคเก่ากับโลกยุคใหม่ โลกยุคเก่าที่ว่านี้ หมายถึงสไตล์ของชุดแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแต่งรถในสมัยปี 70-80 นั่นก็คือ การทำไวด์บอดี้และใส่ยางหน้ากว้าง ส่วนโลกยุคใหม่นั้น หมายถึง รถที่คุณมิอุระเลือกมาปลุกปั้นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นรถในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ที่ชุดแต่งสไตล์คลาสสิค จะสามารถเข้ากันได้กับบอดี้ของรถยุคใหม่ได้อย่างไม่มีที่ติ

 

Toyota FT86 กับชุดแต่ง Rocket Bunny

 

          ชุดแต่งยอดนิยมของ Rocket Bunny ที่เราๆ คุ้นตาเป็นที่สุดก็เห็นจะเป็นชุดแต่งของ Toyota FT86 หรือ Subaru BRZ ที่สามารถดึงเอาความคลาสสิคของตำนาน 86 ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนั้น พาร์ท Rocket Bunny ของ Nissan Silvia S13 ก็เป็นอีกหนึ่งชุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุด และชุดแต่งของ 200SX ก็เป็นชุดแต่งที่คุณมิอุระชื่นชอบมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

 

ชุดแต่ง Rocket Bunny แบบเต็มยศของ Nissan 200SX

 

Nissan GT-R (R35) กับชุดแต่ง Rocket Bunny

 

          ถึงแม้บอดี้พาร์ทของสำนัก TRA Kyoto จะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถยนต์จากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่มิอุระก็ได้ออกมากล่าวว่า แม้ว่าชุดแต่ง Rocket Bunny จะเปลี่ยนรถบ้านๆ ให้กลายเป็นกระต่ายซิ่งสุดโหด แต่ทว่าสิ่งสำคัญคือการรักษา “จุดเด่น” ของตัวรถไว้ เนื่องจากว่าการดัดแปลงหรือโมดิฟายในจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวรถนั้น ถือเป็นการไม่ให้เกียรติกับผู้ออกแบบรถยนต์คันนั้น

 

ชุดแต่ง Rocket Bunny (Nissan Silvia S14) ออกแบบโดยใช้ซอฟแวร์ 3D

 

ชุดแต่ง Rocket Bunny (Mazda RX7 FD3S) ออกแบบโดยใช้ซอฟแวร์ 3D

 

          จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของศิลปินแห่งเมืองเกียวโตะคนนี้ ก็คือ ความสามารถในการนำเอาเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันมาช่วยในการออกแบบบอดี้พาร์ทได้อย่างชาญฉลาด คุณมิอุระ คือ นักออกแบบอัจฉริยะที่มีความชำนาญในการใช้ซอฟแวร์ 3D ซึ่งทำให้เขาสามารถออกแบบในคอมพิวเตอร์ได้ทันที ทำให้สามารถเห็นชุดแต่งที่ออกแบบได้ในมุมมอง 360 องศา ในเวลาอันสั้น อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการออกแบบได้หลายเท่าตัว

 

ชุดแต่ง Rocket Bunny สำหรับ Honda Civic EG

 

          หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการออกแบบแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การทำโมลด์หรือทำแม่แบบสำหรับชิ้นงานโปรโตไทป์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนและกินเวลามากที่สุด แต่ทว่าศิลปินอัจฉริยะอย่างมิอุระ ก็เลือกวิธีการขึ้นโมลโดยใช้เครื่องกัดโฟมที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (เครื่อง CNC) ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และนี่ก็เป็นความลับที่ทำให้มิอุระสามารถออกแบบและผลิตบอดี้พาร์ทโดยใช้เวลาที่สั้นมากๆ จากเริ่มต้นจนเสร็จสิ้นนั้น กินเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นเอง

          และนี่ก็คือเรื่องราวความเป็นมา แรงบันดาลใจ รวมไปถึงอุดมการณ์ของคุณมิอุระ เจ้าสำนัก TRA Kyoto ที่ขึ้นแท่นกลายเป็นไอคอนแห่งการแต่งรถในยุคนี้ สำหรับผลงานชิ้นต่อไปนั้น จะเป็นชุดแต่งของรถคันไหน จะอลังการงานสร้างเพียงใด ท่านผู้อ่านสามารถติดตามได้ที่ BoxzaRacing เลยครับผม

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook