เขียนโดย: D wisanuporn

เมื่อ: 16 มกราคม 2566 - 17:42

Nissan GT-R 35 สุดท้ายแค่ปรับโฉมเป็นปี 2024 ยังไม่ใช่รุ่นใหม่

        ยังไม่เป็นตามที่คากการณ์กัน แบบนี้เรียกหักปากกาเซียน เมื่อ Nissan ยังคงลากยาวออกไปอีก กับ GT-R 35 รุ่นปี 2024 นับเป็นปีที่ 16 ของรถรุ่นนี้ หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรก

 

 หน้าตาแบบนี้อาจไม่ถูกใจใครหลายคน แต่อีกซักพักก็รับได้

 

         GT-R ที่สุดของวิศวกรรมยานยนต์ของ Nissan กลับมาแสดงศักยภาพอีกครั้ง แต่การเปิดตัวของรถรุ่นนี้ทางผู้ผลิตต้องการจะให้เป็น รถใช้งานสมรรถนะสูงมากกว่ารถแรแต่ควบคุมไม่ได้ดดด ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ทั้งรุ่นมาตรฐาน และรุ่นตกแต่งพิเศษอย่าง NISMO ซึ่ง Nissan GT-R 2024 เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย 1 รุ่นพิเศษ เริ่มจากรุ่นมาตรฐาน GT-R Premium และ T-Spec ส่วนรุ่นพิเศษคือ GT-R NISMO สองรุ่นแรกนั้นพร้อมจำหน่ายช่วงเดือนมีนาคมปีนี้ ส่วนรุ่นพิเศษออกตามหลัง  

         Nissan GT-R 2024 รุ่นใหม่นี้ แม้ภาพลักษณ์จะไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนั้น แถมดูไม่เคร่งขรึมเหมือนก่อน แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดแล้วจะเห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบ โดยครั้งนี้จะเน้นการใช้ประสิทธิภาพจากอากาศ จะเห็นว่าด้านหน้าที่กระจังหน้ามีการออกแบบให้มีตาข่ายที่บางลง ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ทรงใหม่ รวมถึงด้านข้างตัวรถมีการปรับเปลี่ยน แม้ว่าค่า Cd จะเท่าเดิมที่ 0.26 ทว่าแรงกดที่ได้จากการปรับปรุงเรื่องอากาศนั้นมากขึ้นกว่าเดิม

 

ด้านท้ายทรงเอกลักษณ์ที่ใครวิ่งตามก็ต้องหลง(ทาง)

 

         ภายนอกของรุ่น T-Spec มาพร้อมสีตัวถังที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก GT-R 34 V-Spec II Nur นั่นคือ Millennium Jade และ Midnight Purple III ที่ต่อยอดมาจากรุ่นเดิม ภายใน GT-R T-spec ตกแต่งให้ลงตัวกับด้านนอก บริเวณคอนโซนหุ้มด้วยหนัง Nappa  ติดเพลท T-Spec เช่นเดียวกับท้ายรถ เบาะนั่งออกแบบให้มีน้ำหนักเบาลง หุ้มด้วยหนังกลับพร้อมโลโก้ สีเขียว Mori Green บริเวณคอนโซน ติด T-Spec Logo สี Mori Green เช่นเดียวกับท้ายรถ

 

 

         หน้าปัดแสดงผลแบบปรับแต่งได้ ซึ่งแสดงข้อมูลการทำงานที่สำคัญ เช่น อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง แสดงการทำงานของระบบส่งกำลัง G-Forces และบูสท์เทอร์โบ รวมถึงนาฬิกาจับเวลาต่อรอบ ระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect มีให้เป็นมาตฐาน แสดงผลผ่านจอมัลติทัชขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay, ระบบนำทาง Nissan, Bluetooth, วิทยุ HD, วิทยุ SiriusXM, การจราจร SiriusXM และ SiriusXM Travel Link (รายงานสภาพอากาศ ราคาน้ำมัน ดูภาพยนตร์ รายชื่อ ข้อมูลหุ้น และกีฬา) เพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยระบบเสียงจาก Bose พร้อมลำโพง 11 ตัว ระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ระบบควบคุมความเย็นอันโนมัติแยกอิสระ ระบบอุ่นเบาะ เป็นต้น

 

ดูง่ายสำหรับรุ่น GT-R T-spec เพราะติดโลโก้ สี Mori Green ที่ท้ายรถ

 

         เครื่องยนต์ที่อยู่ใน GT-R 2024 เป็นแบบ V6 Twin Turb ขนาด 3.8 ลิตร เครื่องทุกตัวที่ลงในรถจะผ่านการประกอบด้วยมือ Takumi 1 คน 1 เครื่อง ให้กำลัง 565 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงที่ 633 นิวตัน-เมตร ตัดต่อกำลังด้วยคลัชท์คู่ทำงานรวมกับเกียร์ 6 สปีดส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ ATTESA ET-S ที่สามารถปรับแรงบิดจากหน้าไปหลังได้อย่างอันโนมัติ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ ด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ได้รับปรับจูนใหม่ พร้อมช็อคอัพ Bilstein DampTronic ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ตามความต้องการของผู้ขับโดยควบคุมผ่านสวิทช์แบบสัมผัสขนาดใหญ่บนคอนโซลกลาง โดยมีให้เลือก 3 รูปแบบ คือ Normal, Comfort และ R

         รุ่น T-Spec นี้ใช้เบรกจาก Brembo ที่มากับจานเบรกเซรามิกแบบเดียวกับรุ่น NISMO เข้ากับล้อฟอร์จขนาด 20 นิ้วสีทองออกแบบโดย NISMO ที่ได้ RAYS ผลิตให้ ส่วนยางเป็นแบบรันแฟลตของ Dunlop SP Sport Maxx GT600 ส่วนที่รุ่น Premium จะใช้คาลิเปอร์แบบ 6 สูบ พร้อมล้อ 20 นิ้วของ RAYS

 

ตัวถัง GT-R NISMO ออกแบบให้มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์มากขึ้น

 

        สำหรับ GT-R NISMO ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมจากตัวพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องตัวถังที่ออกแบบให้มีประสิทธิภาพเรื่องของอากาศมากขึ้น ในขณะเดียวกันน้ำหนักลดลงด้วยการใช้วัสดุดอย่างคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณหลังคา ฝากระโปรงหน้า หลัง มีการออกแบบลิ้นต่อชายล่าง และคานาร์ดใหม่ รวมทั้งการเปลี่ยนหางหลังใหม่สไตล์ Swan Neck Wing ตัวหางใหม่นี้มีพื้นที่มากขึ้นเกือบ 10 % ที่ขาที่ออกแบบให้โค้งลงตัวมากว่า และสุดท้ายกับดิฟฟิวเซอร์หลัง ชิ้นส่วนแอร์โรว์พาร์ทเหล่านี้ถูกอิงมาจากรถที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด พร้อมกันนี้ยังปรับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง ภายในแปลกตาไปจากเดิมมากด้วยเบาะนั่ง RECARO ตกแต่งด้วยหนังกลับสังเคราะห์ เดินด้ายสีแดง และพวงมาลัยหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พร้อมแถบสีแดงด้านบน

 

 

         เครื่องยนต์ในรุ่นนี้ย่อมต้องมีกำลังมากว่ารุ่นมาตรฐาน โดยเครื่องยนต์ที่อยู่ในสเปคนี้มาจากรุ่น GT 3 และกำลังที่ได้มาอยู่ที่ 600 แรงม้า ส่วนแรงบิดที่ 652 นิวตัน-เมตร เสริมประสิทธิภาพด้านการยึดเกาะด้วยช่วงล่าง NISMO และระบบเบรกยังคงเป็นแบรนด์ Brembo ที่ทาง NISMO กำหนด จานเบรกหน้าให้มีขนาด 16.1 นิ้ว ด้านหลัง 15.3 นิ้ว ส่วนคาลิเปอร์ที่มีความแข็งมากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่น GT-R Premium แล้ว จะให้สมรรถนะ สูงกว่าทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วกว่า น้ำหนักที่เบากว่า การยึดเกาะและทนการบิดตัวได้มากกว่า และที่สำคัญราคาสูงกว่า

 

 

         แน่นอนว่ารถรุ่นนี้จะออกจำหน่ายในเร็วๆ นี้ด้วยการจองแบบไม่รู้ราคา และจำนวนที่แน่นอน แต่ที่แน่ๆ บ้านเราก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แน่นอน

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook