เขียนโดย: Prachya Sangswang

เมื่อ: 13 กันยายน 2564 - 11:14

ดราม่าท่วมจอ คู๋หู่แมคราเลนเก็บโพเดียมคู่ Italian GP

 

เดเนียล ริคิอาร์โด ควงคู่ทีมเมด แลนโด นอริส คว้าโพเดียม 1-2 Italian GP ท่ามกลางดราม่าท่วมจอ ส่วนคู่ชิงแชมป์โลก จูงมือกันกองทั้งคู่ 

 

การแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก รายการ อิแทเลี่ยน กรังปรีซ์ ซึ่งเป็นสนามที่  14 ของฤดูกาล ณ สนาม มอนซ่า เซอร์กิต เมื่อช่วงหัวค่ำของวันอาทิตย์ที่่ผ่านมา

 

โดยตำแหน่งการออกสตาร์ท ใช้ผลจาก สปรินท์เรซ ที่ทำการแข่งขันไปเมื่อวันเสาร์ โดยผู้ที่ออกตัวในตำแหน่งโพลโพซิชั่น ได้แก่ ว่าที่แชมป์โลก แมกซ์ เวอร์สแต็ปเพ่น จากทีม เรดบูล เรซซิ่ง ขณะที่ อันดับสอง และ สาม เป็นของสองนักแข่งจากทีมฝั่งอังกฤษ แมคลาเรน แดเนียล ริคิอาร์โด และ แลนโด นอรีส ในตำแหน่งที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วนผู้ชนะใน สปรินทร์เรซ วัลเตรี บอตตัส ต้องออกสตาร์จากท้ายแถว ร่วมกับ ปีแอร์ แกสลี่ ที่ออกจากพิทเลน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุในการแข่งรอบสปรินท์เรซ

 

จังหวะการออกสตาร์ท แมกซ์ออกตัวไม่ค่อยดีเท่าใหร่ ในขณะที่ริคิอาร์โด ที่ออกจากกริดที่สอง ออกตัวได้ดีกว่า คว้าตำแหน่งที่ดีที่สุดในโค้งแรกขึ้นมานำได้เป็นผลสำเร็จ โดยมี แม็กซ์ตามมาเป็นอันดับที่สอง ส่วนลูอีล แฮมิลตัน ที่ออกสตาร์จจากตำแหน่งที่ 4 พลาดท่าเสียจังหวะให้ริคิอาร์โด ในช่วงโค้งแรก ทำให้ต้องหักหลบตัดโค้ง และเสียอันดับร่วงไปอยู่ตำแหน่งที่ 4 

 

ตลอดการแข่งขันเรียกได้ว่า ริคิอาร์โด โดนแมกซ์ไล่บดทำเวลาไล่จีตลอดเวลา โดยที่ นอริส ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 ต้องลงมารับศึกหนักจากการไล่ล่าของ แฮมิลตันเช่นกัน

 

เกมส์เริ่มเปลี่ยน ในช่วงของการเข้าพิทครั้งแรก โดยคนแรกที่เข้าพิท คือผู้นำอย่าง ริคิอาร์โด ซึ่งทีมงานก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เข้าพิทมาเปลี่ยนจากยางซอฟท์ เป็นยางฮาร์ท ลงทำการแข่งขันต่อได้อย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นเป็นการเข้าพิทของแมกซ์ โดยจุดเปลี่ยนครั้งแรกคือความผิดพลาดของทีม ที่ไม่สามรถขันน็อตล้อด้านหน้าขวาได้ จนทำให้เสียเวลาในจุดหยุดนิ่ง ถึง 11 วินาที อันดับร่วงมาต่ำกว่าอันดับที่ 10 เลยทีเดียว

 

และจุดที่ทำให้เกมส์เปลี่ยนหนักมากที่สุด เมือ อดีตแชมป์โลก 7 สมัย แฮมิลตัน เข้าพิทออกมาทางตรง ในขณะที่แมกซ์เองก็เปิด DRS สุดกำลังเครื่องเช่นกัน ต่างคนต่างประทะกันที่โค้งหนึ่ง จนรถของทั้งคู๋เสียหาย ไม่สามารถลงแข่งขันต่อใด้  เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมไม่น้อยทีเดียว

 

ด้วยอานิสสงค์ตรงนี้ ส่งผลให้ริคคิอาร์โด นำยาวๆ แบบไร้แรงกดดันจนจบการแข่งขันลำดับที่ 1 คว้าเวลาดีที่สุดในเรซพร้อมแต้มพิเศษอีกหนึ่งแต้ม และยังคว้ารางวัล นักแข่งยอดเยี่ยมประจำเรซไปอีกด้วย 

 

โดยสำหรับทีมนั้น นับว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกที่ห่างหายไปนาน นับแต่โมนาโค กรังปรีซ์ ในปี 2018 

 

การแข่งขันรถสูตร 1 ชิงแชมป์โลกสนามถัดไป จะโยกไปทำการแข่งขันกันที่รัสเซีย ณ สนาม โซซิ ออโตโดรม ในรายการ รัสเซี่ยนกรังปรีซ์ ในวันที่ 24-26 กันยายน นี้

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook