เขียนโดย: D wisanuporn

เมื่อ: 19 สิงหาคม 2564 - 22:25

Mazda All New BT 50 เดิมต้องเผื่อใจ แต่หากใครต้องการสุด เติมของรับรองสนุกแน่

           หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการจนสร้างกระแสให้โลกยานยนต์ทั้งไทยและเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ รวมไปถึงการสร้างตำนานบทใหม่ของรถกระบะ BT 50 ของ Mazda ในประเทศไทย ที่ต้องบอกว่า การมาครั้งนี้มีดีกว่าที่ตาเห็นหลายอย่าง ทว่าในความโดดเด่นย่อมต้องมีข้อด้อยด้วยกันทั้งสิ้น และวันนี้ทีมงาน BoxzaRacing ก็ได้พิสูจน์ให้รู้แล้วว่า แท้จริงแล้ว Mazda All New BT-50 นี้มีดี เด่น และด้อยในด้านใดบ้าง กับการนำไปใช้งานจริงใน 1 วันเต็ม

 

 

           เริ่มจากภาพลักษณ์ของรถรุ่นนี้กันก่อน แรกเห็นตัวจริงบอกเลยทิ้งความเป็น BT 50 หมดไม่เหลือ ซึ่งเชื่อว่า Mazda ทำเข้าใจความต้องการของผู้ใช้รถประเภทนี้มากขึ้น กัยแนวทางการออกแบบ KODO ซึ่งภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าใหม่พร้อมโลโก้ขนาดใหญ่ รูปแบบเดียวกันกับรถทุกรุ่นในค่ายซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว เส้นสายที่ไหลลื่นไม่คัดตาตั้งแต่ด้านหน้า มาที่ด้านข้างพร้อมบันไดเพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง จรดท้ายด้วยชุดไฟเบรกที่ออกแบบให้กลับเข้าที่เข้าทางอย่างที่ควรจะเป็นลงตัวกับกันชนหลังแบบบิวอินที่เป็นบันไดขึ้นลงในตัว 

          ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างคลอบคลุม เพื่ิอความสะดวกสบาย และเน้นให้ผู้ใช้รถเป็นศูนย์กลาง มีความไหลลื่นตั้งแต่คอนโซลหน้าจรดแผงข้างประตู ตามสไตล์ Mazda มีการผสมผสานอย่างลงตัวด้วยวัสดุอ่อนนุ่มไม่ต่างจากรถ SUV ในค่ายเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้พร้อมทั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่กลางคอนโซล รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ที่ใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ พวงมาลัยแบบสามก้านมัลติฟังก์ชั่น เบาะหุ้มหนังทรงใหม่ เช่นเดียวกับคอนโซลพาแนลหรืออุโมงค์เกียร์ และที่นั่งตอนหลัง ที่เสริมความหรูหราให้กับพื้นที่ภายใน

 

 

         มาในส่วนของการทดลองขับ Mazda All New BT-50  ที่เป็นการเดินทางแบบง่ายๆ จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี ระยะทางไม่มากพอให้ได้สัมผัสกับพละกำลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า กับ แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร และระบบช่วงล่างแบบดั่งเดิมของรถบรรทุก จากการวิ่งในหลายรูปแบบ ที่ไม่ต้องค้นหาเรื่องความประหยัด เพราะไม่ได้วัดกันจริงจังมากนัก แต่ก็ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่กำหนดไว้ในข้อมูลจำเพาะของทาง Mazda (16.1 กิโลเมตร/ลิตร) ส่วนเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์จริงๆ จากการที่ได้ทดลองวิ่งบนเส้นทางไฮเวย์ จากช่วงลอยตัวที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แบบไม่ได้เค้นเน้นกำลังตั้งแต่ออกตัว โดยใช้เกียร์ 4 ซึ่งมีอัตราทด 1:1 (1.000) กับเฟืองท้าย 4.100 เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีพอสมควร แต่คงไม่ทันใจวัยรุ่นมากนัก แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลมาจากระบบส่งกำลังที่ถูกปรับไปให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น สังเกตจากครัทช์ที่นุ่มนวลเกินกว่าจะเป็นรถบรรทุก การต่อเกียร์สมูทแต่ไม่มากแม้ไล่รอบเครื่องตามเกียร์แล้วก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรื่องของอาการ Lag ที่ค่อนข้างชัดเจน จนรู้สึกไม่สนุกหากต้องการเรียกอัตราเร่งในแบบฉับพลัน หรือหากต้องการเร่งแซงต้องเผื่อเวลาให้เครื่องยนต์สร้างแรงบิดซักนิดก่อน โดยรวมแล้วเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TE ของ Mazda ยังคงเน้นไปที่เรื่องของความประหยัด ขับง่าย มากกว่า ไม่เน้นความดุดัน ซึ่งก็เหมาะกับหน้าตาที่ออกมาจริงๆ  

 

 

           ในเรื่องของระบบช่วงล่าง สำหรับคันนี้เป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงสำหรับด้านหน้า ส่วนด้านหลังยังเป็นการใช้แหนบแผ่นซ้อนกัน ทำงานร่วมกับช็อคอับ จะว่าไปก็ยังเป็นรูปแบบเดียวกันเกือบทั้งตลาดไม่ว่ารถจะใหม่ขนาดไหนก็ตาม ซึ่งอยู่ที่ว่า ใครจะปรับเซตให้ลงตัวได้มากที่สุด ก็เท่านั้นเอง จากการได้วิ่งด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทำให้อาการของรถออกมาชัดเจน ยิ่งตอนโยกโยนเปลี่ยนเลนแบบกะทันหัน รวมถึงการวิ่งผ่านสะพาน ตัวรถแสดงอาการย้วยจนน่าตกใจ แต่ไม่ไม่ถึงกับต้องแก้อาการ จากนั้นตัวรถก็กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมวิ่งต่อได้ อาการดั่งกล่าวทำให้รู้ว่าช่วงล่างถูกปรับมานุ่มมากเกินไป แต่อย่างที่บอกไปว่าแม้จะเป็นรถรุ่นใหม่แต่ก็ยังใช้ระบบรองรับน้ำหนักแบบเดิม ซึ่งอยู่ที่การปรับเซตให้ออกมาแบบไหนเท่านั้น และแน่นอนว่า Mazda BT 50 ต้องการความนุ่มนวลมากว่า  

 

 

           หลังจากที่ได้ทดลองขับแล้ว สรุปว่าใครที่คาดหวังเรื่องความแรง ในตัวของ Mazda BT 50 รุ่น 1.9 SP Hi-Racer 6 AT รวมถึงเรื่องความกระชับของช่วงล่างที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดเด่นของค่ายนี้ คงต้องเผื่อใจนิดหน่อย พูดง่ายๆ ต้องเติมของเพิ่มอีกซักนิดรับรองสนุกแน่ แต่หากเป็นคนที่ชอบการขับแบบสบายๆ ไม่เค้นหรือเน้นกำลัง แบบที่เดินทางไม่เหนื่อย และยังรักสนุกกับการเหยียบครัทช์เปลี่ยนเกียร์เอง บอกได้เลยถูกใจแน่ เพราะรถรุ่นนี้มีนิสัยแบบนั้น ไม่เชื่อไปลองได้ที่โชว์รูม Mazda ทั่วประเทศได้เลยแล้วจะรู้ว่ารถกระบะยุคนี้ ครัทช์ และพวงมาลัยรวมถึงระบบช่วงล่างของรถกระบะ ไม่ได้แย่ อย่างที่เข้าใจกันมาตลอด  

 

 

          ส่วนเรื่องของภาพลักษณ์ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคล แต่หากมองเป็นกลางแล้ว สามารถพูดได้ว่า ดูดี แถมยังเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับวงการรถกระบะบ้านเราอย่างมาก เป็นที่รู้กันว่า Mazda ถนัดในเรื่องการออกแบบอยู่แล้ว ส่วนความล้ำสมัย กับฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ถ้าไม่ใช่รุ่น Topline แล้วก็ต้องทำใจ เป็นเรื่องปกติที่จ่ายมากก็ได้ของมากตาม แต่สำหรับรุ่นนี้ถือว่าสมน้ำสมเนื้อแล้ว ไม่มาก แต่ไม่ขาด มีให้ครบสำหรับการใช้งานในทุกวันแล้ว เพราะในหนึ่งวันที่ใช้รถ เราใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ให้มาได้อย่างคุ้มค่าแล้ว ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ก็ถือเป็นกำไรซึ่งต้องหาโอกาศใช้ แต่เชื่อเถอะว่าได้ใช้แน่นอน 

 

 

           สำหรับท่านที่สนใจ Mazda All New BT-50 รุ่น1.9 SP Hi-Racer 6 AT รวมถึงรุ่นอื่นๆ สามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

Mazda All New BT-50 จำหน่ายทั้งหมด 3 รูปแบบ

Mazda All New BT-50 Standard Cab             ราคา 553,000 บาท

Mazda All New BT-50 Freestyle Cab เริ่มต้น  ราคา 679,000 บาท

Mazda All New BT-50 Double Cab    เริ่มต้น   ราคา 771,000 บาท  

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook