เขียนโดย: D wisanuporn

เมื่อ: 24 สิงหาคม 2564 - 17:33

กิจกรรมทดลองสมรรถนะของรถยนต์ Haval H6 Hybrid SUV ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

          หลังจากที่รอคอยกันมานานพอสมควร ก็ได้ฤกษ์จับพวงมาลัยทดลองขับกันเสียที โดยบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดกิจกรรมทดลองขับ Haval H6 Hybrid SUV ต้องบอกว่านี้คือ รถ ที่กำลังได้รับความสนใจ และถูกพูดถึงอย่างมากในวงการรถใหม่วันนี้ ล่าสุดทีมงาน BoxzaRacing ได้รับเกียรติให้เข้ารวมทดลองขับรถ Hybrid SUV รุ่นใหม่นี้ กับกิจกรรม Drive To a New xEV World บนเส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี ไม่เพียงแค่ทดลองขับรูปแบบการเดินทางเท่านั้น ยังมีสถานีให้ได้ทดลองเทคโนโลยีการทำงานกันแบบครบทุกฟังก์ชั่นเลยทีเดียว แต่ครั้งนี้เราจะไม่พูดถึงสเปครถเพราะทีมงานเคยรีวิวให้ดูกันแบบเจาะลึกไปแล้ว ส่วนใครที่อยากดูว่ารถมีอะไรบางกดเข้าไปดูได้ที่ รีวิว Haval H6 SUV Hybrid

 

 

          สำหรับกิจกรรมทดลองสมรรถนะรถยนต์ Haval H6 Hybrid SUV ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยโดยการทดลองขับเริ่มจากการวิ่งแบบ On Road ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิท แน่นอนว่างานนี้ต้องเจอกับการจราจรที่คับคั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีโอกาศได้ทดลองระบบช่วยขับอัจฉริยะบนเส้นทางในเมืองแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ (TJA) โดยทำงานตามความเร็วตามที่ผู้ขับตั้งเอาไว้ ไม่เพียงเท่านั้นระบบตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย มาพร้อมกับระบบช่วยหยุดรถยนต์ และออกตัว (stop-and-go) เพิ่มความสะดวกสบายกับการขับรถในย่านที่มีการจราจรพลุกพล่านแบบนี้

 

 

          หลังจากออกนอกเมืองแล้ว เป็นการทดลองขับบนไฮเวย์ โดยใช้เส้นทางบนทางด่วนบูรพาวิถียาวจรดเส้นทางเลียบชายหาดบนสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา ในระหว่างการเดินทางนี้ ก็ไม่ลืมที่จะทดลองความแม่นยำของพวงมาลัย รวมถึงการตอบสนองของคันเร่ง และประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าไปในตัว ตลอดจนระบบช่วงล่าง ซึ่งเส้นทางนี้มีให้ได้ลองกันครบทุกรูปแบบ ในช่วงนี้ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ทำงานได้อย่างชาญฉลาด ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลมากจนบ้างครั้งทำให้ไม่มั่นใจ เวลาที่ใช้ความเร็วเกินกว่าปกติ 

 

น่าจอแสดงผลเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย  ทว่าการเข้าใช้ยังซับซ้อนอยู่

 

         ต้องบอกว่ามีบ้างในบางเส้นทางที่ระบบทำงานคาดเคลื่อนไปเพราะความไม่สมบูรณ์ของเส้นจราจร ทว่าระบบกลับสามารถชดเชยจากการประมวณผลผ่านระบบนำทางได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป  ส่วนระบบเตือนต่างๆ ทำใด้รวดเร็ว และมีความแม่นยำ ทว่างานนี้หลายคนอาจต้องปรับตัวกันเล็กน้อยเพราะเสียงเตือนจะดังตลอดซึ่งไม่สามารถลดเสียงเตือนลงได้ นอกจากปิดระบบเท่านั้น และอีกหนึ่งระบบที่ไม่เคยได้สัมผัสอย่างระบบ WDS (Wisdom Dodge System) ก็ได้ลองใช้กัน ระบบทำงานได้รวดเร็วเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่ารถเราเข้าใกล้รถบรรทุก และมีโอกาศเกิดเหตุ ตัวรถจะไหลออกเพื่อเพิ่มระยะห่างให้ปลอดภัย แต่ไม่ทุกครั้งที่เข้าใกล้รถขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าใครที่ยังไม่ชินกับการทำงานของระบบนี้อาจตกใจเล็กน้อย แต่เอาจริงๆ แล้วก็ไม่ต่างจากระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลนนั่นเอง เพียงแต่ระบบนี้จะใช้สัญญาญดาวเทียมให้ เหมือนกับวงการมอเตอร์สปอร์ตใช้กัน

 

 

          เรื่องเสถียรภาพการทรงตัวของรถแม้ว่าขนาดตัวจะค่อนข้างใหญ่ แต่กลับให้การควบคุมได้ค่อนข้างดี จากการลัดเลาะไปตามเส้นทางบนถนนสายรองที่มีความคดเคี้ยว ส่วนหนึ่งมาจากพวงมาลัยที่ถูกปรับแต่งให้เบามาก ชนิดที่ว่า Eco Car บางรุ่นยังเบาไม่เท่า แต่ก็ต้องแลกกับการ สั่น ขืน ของระบบสั่งการพวงมาลัยที่รุ่นแรงมาก และเช่นเดิมสำหรับใครไม่ชอบให้พวงมาลัยทำงานเอง หรืออยากควบคุมการเลี้ยวตามที่ตัวเองต้องการก็ปิดระบบไปเท่านั้น แต่แนะนำให้เปิดดีกว่าเพราะจะได้คุ้มค่ากับเงินที่แลกไป  และไม่เพียงเท่านี้ระหว่างเดินทาง ทีมงานยังได้สัมผัสกับระบบเชื่อมต่อผ่านการโต้ตอบด้วยเสียง ในการสั่งด้วยเสียง เช่นการเปิดกระจก หรือแม้แต่การเปิดหลังคาซันรูฟ หรือแม้จะเป็นสั่งการเรื่องของระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบทำงานได้อย่างราบลื่นจะมีเพียงบางครั้งที่ไม่สามารถตอบสนองได้เนื่องจากการป้อมคำพูดไม่สมบูรณ์ 

 

GW4B15 ขนาด 1.5 ลิตร เครื่องยนต์ที่ดีที่สุด 1 ใน 10 ที่ดีที่สุดจากการพัฒนาขึ้นเองในประเทศจีน

 

         หลังจบการวิ่งบนเส้นทางปกติแล้ว มาต่อในช่วง Test Drive Track ที่ให้ลองกันเกือบครบทุกรูปแบบ เริ่มจากสถานีทดลองอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และการเข้าโค้งอัจฉริยะ (Torque (0-100 km/hr) and Intelligent Cornering) เป็นการพิสูจน์สมรรถนะ และความแรงของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ต้องบอกว่าอัตราเร่งจากหยุดนิ่ง สามารถสร้างแรงดึงได้ไม่น้อย แม้จะไม่รุ่นแรงมากนัก แต่ก็มั่นใจได้ว่าจะเร่งแซงได้อย่างปลอดภัยเมื่อใช้งานจริงบนท้องถนน

 

ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ IAP (Integration Auto Parking) 

 

         ต่อด้วยสถานีทดลองระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ARA (Auto Reversing Assistance) ที่ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทดลองใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ HAVAL H6 Hybrid SUV โดยรถยนต์จะสามารถจดจำเส้นทางที่ขับผ่านด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้สูงสุด 50 เมตร และสามารถถอยหลังกลับอัตโนมัติตามเส้นทางได้อย่างราบรื่น

 

 

          อีกหนึ่งสถานีทดลองระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ IAP (Integration Auto Parking) ทำงานผสานกับกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ซึ่งสามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ และสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการ ถอยเข้าช่องจอด, การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง ที่สำคัญระบบนี้ผู้ขับเองไม่ต้องเหยียบแป้นคันเร่ง เบรก หรือแม้แต่การเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ต้องทำ ระบบจะประมวณผล และส่งรถเข้าจอดให้เองหลังจากที่เราสั่งการผ่านหน้าจอ

 

 

          และสถานีสุดท้ายกับระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) ทำงานผ่านการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ระบบจะช่วยควบคุมในช่วงความเร็วตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุด และรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า พิเศษกว่านั้นคือระบบจะยังทำงานอยู่แม้ว่าจะจอดนิ่งสนิดนานถึง 5 นาที ซึ่งยังไม่มีใครทำได้ในตลาดรถวันนี้

          สรุปสั้นๆ จากการเดินทางในรูปแบบเดินทาง รวมไปถึงการทดลองระบบการทำงานในพื้นที่ปิดทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถของรถได้อย่างครบถ้วน นับว่าสิ่งที่ให้มานั้น หลายๆ ระบบไม่ได้แปลกใหม่เพียงแค่ปรับให้ทำงานง่ายขึ้น แต่ก็มีอีกหลายระบบเช่นกันที่ยังไม่เคยมีอยู่ในรถรุ่นใดเลย นับว่า Haval H6 Hybrid SUV นี้มีความล้ำสมัยในเรื่องของระบบช่วยเหลือผู้ขับได้มากทีเดียว และตรงส่วนนี้ที่บอกว่าให้ลืมคำว่ารถจีนไปได้ เพราะระบบที่ล้ำสมัยแซงหน้าผู้ผลิตชั้นนำไปพอสมควร 

 

 

         ส่วนที่ว่าตัวรถทำมาให้รู้สึกถึงความเป็นยุโรป โดยส่วนตัวแล้วยังไม่ถึงขึ้นนั้น ยังมีขาดเกินอยู่ ซึ่งจากการที่ได้ทดลองขับแล้วยิ่งรู้สึกว่ายังมีความเป็นรถแบบจีนสูงมาก (เทียบกับรถจีนที่เคยทดลองขับมา) ความมั่นคงยังน้อยเกินไป แต่หากให้พูดแบบเป็นกลาง ก็ต้องดูระยะยาวโดยเฉพาะเรื่องขององค์ประกอบ รวมๆ ทั้งเรื่องวัสดุ ความแข็งแรง ความทนทาน และที่สำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือเรื่องของเครื่องยนต์ที่ทาง GWM ประกาศว่า Haval H6 Hybrid SUV ใช้เครื่องยนต์ที่พัฒนาเอง แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด 1 ใน 10 แต่ก็เป็นการจัดอันดับของจีน ไม่ใช่ของทั้งโลก

          ส่วนราคามาดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทว่างานนี้ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าจะเปลี่ยนใจมาใช้รถสัญชาติจีน หรือมั่นใจกับรถจากญี่ปุ่นต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะปรับตัว และนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่มากน้อยขนาดไหน  แต่ที่แน่ๆ ยอดจองมีให้เห็นจนต้นสังกัดยิ้มออกแล้ว ส่วนที่เหลือคนจองจะยิ้มออกหรือไม่รู้แต่ที่รู้ราคาดี

Haval H6 Hybrid SUV มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นได้แก่

Haval H6 Hybrid SUV  Pro        ราคา 1,149,000 บาท

Haval H6 Hybrid SUV  Ultra      ราคา 1,249,000 บาท

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook