เขียนโดย: AEFOTO

เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2563 - 15:22

Toyota Highlander SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง ขุมพลัง Hybrid เตรียมลุยตลาดในยุโรปครั้งแรกในช่วงต้นปี 2021

 

          Toyota Highlander SUV ขนาดใหญ่ที่เป็นเจอเนอเรชั่นที่ 4 ได้ถูกเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมาในงาน New York International Auto Show 2019 พร้อมสร้างกระแสการตอบรับที่ดีจากชนชาวอเมริกัน ล่าสุดทาง Toyota เตรียมขยายตลาดสำหรับ SUV ขนาดใหญ่อย่าง Toyota Highlander ให้บินข้ามมหาสมุทรแอนแลนติก ไปวางจำหน่ายในยุโรปในช่วงต้นปี 2021 ที่จะถึงนี้  

          โดย Toyota Highlander ที่จะบุกตลาดยุโรปในช่วงปีหน้านี้จะมากับขุมพลังไฮบริด ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน AWD-i ด้านรูปลักษณ์ของ Toyota Highlander จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง ที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม GA-K มีมิติตัวถังความยาวอยู๋ที่ 4,950 มม., กว้าง 1,930 มม. และสูง 1,730 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,850 มม.

 

 

          ภายในห้องโดยสารถุกออกแบบให้เป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งตอน 2 เลื่อนได้สุด 180 มม. จึงสามารถเข้า-ออก ในเบาะตอน 3 ได้อย่างสะดวกสบาย มากับพื้นที่บรรจุสัมภาระด้านหลังที่มากถึง 658 ลิตร (23.2-ลูกบาศก์ฟุต) แต่เมื่อพับเบาะทุกที่นั่งด้านหลังลงทั้ง เบาะแถวที่ 32 และแถวที่ 3 จะเพิ่มพื้นที่ได้มากถึง 1,909 ลิตร (67.4 ลูกบาศก์ฟุต) เสริมด้วยความสะดวกสบายด้วยประตูด้านท้ายแบบปิด-เปิด ด้วยไฟฟ้า พร้อมกับระบบ Kick Sensor ที่เหวี่ยงเท้าไปใต้กันชนหลังเพื่อเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ

 

 

           ส่วนรูปปร่างหน้าตา Toyota Highlander เวอร์ชั่นยุโรปนี้จะผสมผสานความทันสมัย และเทคโนโลยีการขับที่ดีขึ้น พร้อมยกระดับความสปอร์ตเร้าใจให้มากขึ้น  กระจังหน้าดีไซน์คล้ายกับเกล็ดปลาขนาดใหญ่สีดำ มาพร้อมตราโลโก้ Toyota ที่อยู่ด้านในเคลือบสีฟ้าภายในที่บ่งบอกว่าเป็นขุมพลัง Hybrid, ชุดไฟหน้า LED ดีรไซน์เรียวยาวดูสปอร์ต, เสริมบุคลิคให้ดุดันมายิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว

 

 

          ด้านภายในห้องโดยสารนอกจากห้องโดยสารที่ถูกออกแบบให้มีความกว้างขวาง ยังมาพร้อมกับ จอแสดงผลแบบ Head-Up Display, ระบบอินโฟรเท้นเม้นท์มากับหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto, ระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย, เบาะนั่งแบบอุ่นร้อน และกระจกมองหลังแบบดิจิตอล

          ส่วนพละกำลังของ Toyota Highlander ที่จะไปวางจำหน่ายนตลาดยุโรป จะมีความแตกต่างกับตัวที่อยู่ในดินแดนมะกัน โดยเวอร์ชั่นยุโรปจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน Dynamic Force Engine Hybrid 2.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 189 แรงม้า มาพร้อมแรงบิด 237 นิวตัน-เมตร ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า-หลัง พร้อมชุดแบตเตอรี่ Nickel-Metal Hydride ที่ให้กำลังสูงถึง 241 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT เป็นระบบขับเคลื่อน 4ล้อ AWD อีกทั้ง Toyota Highlander ยังมากับโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Trail นอกจากนี้ทาง Toyota ยังเคลมว่า Highlander เวอร์ชั่นยุโรปนี้จะกินน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 6.6 ลิตรต่อ 100 กม.และมีมาตรฐานปล่อยไอเสียอยู่ที่ 146 กรัม / กม. ตามมาตรฐานการทดสอบโดย WLTP

 

 

          ด้านระบบความปลอดภัยนั้นติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 2.0 ที่รวมเอาทั้งระบบควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทาง พร้อมเตือนการออกนอกเลน (Lane departure warning with steering assist), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control), ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และตรวจจับคนเดินถนน (Pre-Collision System with Pedestrian Detection), ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) และระบบอ่านป้ายจราจร (Road Sign Assist)

          สำหรับรายละเอียดรวมทั้งหมด รวมถึงราคาค่าตัวของ Toyota Highlander เวอร์ชั่นยุโรป คงต้องรอถึงช่วงปลายปี 2020 นี้ 

 

Cr.paultan.org, carscoops.com

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook