Alfa Romeo Giulietta รถบ้านอะไร ขับมันส์แบบรถสปอร์ต สุดยอดเรโทรยุค 80 เนียนจริงจัง เสียตังค์เป็นแสน

เขียนโดย: Mr Argus

เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2562 - 14:16

ภาพโดย: BeastTorque

Automotive | Lifestyle | Cars

Alfa Romeo Giulietta ซีดานยุค 80 ตัวจี๊ดจากโรงงาน

 

          คอลัมน์ RacingMagazine คราวนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งยี่ห้อและสไตล์ที่แตกต่าง สำหรับคนที่ทั้งชีวิตคุ้นเคยกับการ แต่งซีวิค ซิ่งเครื่องเจ หรือโมดิฟายกระบะแล้วนั้น ชื่อยี่ห้อ Alfa Romeo ดูจะเป็นรถไกลตัวของคนทั่วไป ด้วยความที่รถมียอดขายน้อย เป็นรถยุโรปที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก ทำให้ช่างซ่อมน้อย และของแต่งก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย แต่ทำไมยังมีคนคลั่งไคล้กัน และไม่ใช่แค่ชอบกันในกลุ่มเล็กๆเท่านั้น แต่สายยุโรปแทบทุกคนก็ต้องให้ความยำเกรง เมื่อเห็นรถรุ่นนี้เลี้ยวเข้ามาในงานมิตติ้ง แม้ว่าจะไม่ต้องแรงท่อลั่น ก็สามารถทำคนเหลียวมองกันเป็นแถว ทีมงาน BoxzaRacing จึงได้ไปเสาะหาความหายากรุ่นนี้มาเจาะลึกให้ชม ว่าทำไมหลายคนถึงอยากได้ซีดานทรงเหลี่ยมนี้ มันต้องมีดีอะไรซ่อนอยู่เพียบแน่ๆ

 

ความสปอร์ตมันฝังอยู่ใน DNA รถอิตาลี ทั้งการออกแบบและสมรรถนะ

 

ดีไซน์หน้าลิ่มกับท้ายโด่ง เป็นสไตล์ที่ไม่มีใครทำมาก่อนในยุคนั้น 

 

  • ความสปอร์ตมันฝังอยู่ใน DNA รถอิตาลี

           ขึ้นชื่อว่ารถอิตาลี่แล้ว หลายคนก็ต้องจำได้ถึงรถเฟอร์รารี มีจุดเด่นทั้งความสวยและแรง ซึ่งไม่เพียงแต่แบรนด์ม้าลำพองนี้เท่านั้น ความสปอร์ตทั้งรูปทรงและสมรรถนะ ยังเป็นหนึ่งในแก่นหลักของการทำรถอิตาเลี่ยนแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ดังนั้น Alfa Romeo Giulietta ก็ได้รับ DNA นี้มาเช่นกัน โดยเปิดตัวมาในปี 1977 ด้วยการเป็นรถซีดานขนาดกลาง ซึ่งในสมัยนั้น มีรถซีดานบ้านๆ น้อยรุ่นมากๆ ที่ให้ความขับสนุกไปด้วย แต่สำหรับค่ายที่มีดีเอ็นเอรถแข่งในสายเลือดอย่างอัลฟ่าโรมิโอแล้ว ต้องเน้นความสวยและสมรรถนะที่ดีกว่าใครๆ พูดแล้วไม่เห็นภาพ เราไปเจาะดูทีละส่วนว่า DNA ของรถอิตาลีเป็นอย่างไร

 

กันชนมีสเกิร์ตในตัว ดีไซน์ล้ำหน้าจนค่ายอื่นๆ ต้องทำตาม

 

 สติ๊กเกอร์ชื่อรุ่นของเดิมหายไป เลยต้อง DIY ตัดใหม่ ลอกลายเดิมอย่างเนียนกริ๊ป

 

  • การออกแบบฉีกแนวล้ำยุคทุกสมัย

          ความสวยของ Alfa Romeo Giulietta เริ่มจากการออกแบบ ซึ่งลองนึกภาพว่ารถยนต์ในยุค 70 ที่ส่วนใหญ่เป็นแค่กันชนเหลี่ยมๆสีดำตัดตรงทื่อๆ กับด้านท้ายลาด หรือไม่ก็ตัดตรงราบเรียบ แต่สำหรับอัลฟ่าแล้ว ได้เปิดดีไซน์ใหม่ก่อนใคร ได้ร่างสัดส่วนซีดานขับหลังให้น่าตื่นเต้น ด้วยด้านหน้ามีความลาดลง และท้ายรถยกสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อน ทำให้ตัวรถมีความคล้ายทรงลิ่มมากขึ้น พร้อมกับการออกแบบกันชนหน้าที่มีสเกิร์ตล่างยื่นออกมาในตัว พร้อมฝาท้ายมีปลายแหลมชี้เป็นตูดเป็ด นับว่าทั้ง 2 อย่างนี้คือดีไซน์รถบ้านที่ฉีกแนวสมัยนั้นสุดๆ  ทำให้ค่ายรถอื่นใช้ตามอย่างต่อกันมา

 

กระจกมองข้างทรงเหลี่ยมเล็กกว่าใคร มีใช้มาตั้งแต่ยุค 80 แล้วโดยอัลฟ่า โรมิโอ 

 

 อัลฟ่าจงใจดีไซน์ที่เปิดประตูซ่อนอยู่ในที่วางแขน เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม

 

  • วิศวกรรมแหวกแนว เพื่อให้ขับสนุกสุดๆ

          อีกหนึ่ง DNA รถอิตาลี นั่นคือการคิดค้นที่แหวกหลักวิศวกรรมการขับเคลื่อนล้อหลังแบบเดิมๆ ด้วยการย้ายห้องเกียร์ไปอยู่ด้านหลัง เพื่อกระจายน้ำหนักให้หน้า-หลังเท่ากันแบบ 50/50 และย้ายจานดิสค์เบรคหลังมาอยู่ชิดกับเฟืองท้าย เพื่อลดน้ำหนักช่วงล่าง ลดการเต้นของล้อ เพิ่มความนิ่งขณะขับขี่ และทำให้ระบบเบรคทำงานได้นิ่ง ไม่มีแรงสั่นสะเทือนมารบกวนการบีบจานเบรคแบบดิสค์ที่ติดกับล้อ เป็นการเล่นกับน้ำหนักเพื่อสร้างสมดุลย์ที่ดี มีความนิ่งทั้งทางโค้งและทางตรง

         นอกจากเรื่องแฮนด์ลิ่งที่ดีแล้ว ยังใช้เครื่องทันสมัยกว่าใครๆ ซึ่งในยุค 70 นั้น รถส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์แค่วาล์วตะเกียบหรือแคมเดี่ยว ผสมน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ตัวเดียว แต่ระดับรถอิตาลี รุ่นนี้ใช้เครื่องเบนซิน TwinCam มาจากโรงงาน พร้อมด้วยคาร์บูเรเตอร์ 2 ตัวจาก Dellorto ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ชื่อดังแห่งยุคนั้น เป็นชิ้นส่วนที่หลายคนตามหามาใส่รถตัวเองให้แรงขั้นเทพกันใหญ่ แต่สำหรับในจูเลียตต้าไม่ต้องลำบากหา เพราะใส่มาให้จากโรงงาน สูบน้ำมันให้ความจุ 1.6 ลิตรทำกำลังออกมาได้ 109 แรงม้า บนน้ำหนักตันนิดๆ ถือว่ามากมายแล้วเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน

 

เบาะ Recaro กำมะหยี่ทั้งตัว ทรงตรงยุค 80 แท้ๆ

 

พวงมาลัยก็ต้องเล่นของอิตาลี ยี่ห้อ Nardi ขอบวงไม้แท้

 

เกจวัดเดิมดีไซน์เข็มกวาดจากล่างขึ้นบน สมัยยุค 80 นั่น ตัวเลขระดับนี้ถือว่าสุดยอด

 

  • เจ้าของได้รถมายาก แต่การรักษายากยิ่งกว่า

รถสเปคระดับเทพอย่างนี้ ก็ไปเข้าตากับคนชอบรถอย่างคุณ อัฐฒา นายเรือ ที่ชอบรถอิตาลีตั้งแต่สมัยวัยรุ่นยุค 80 แล้ว เห็นรุ่นนี้ออกมาใหม่ๆ แต่ยังซื้อไม่ได้ เลยเก็บความอยากได้ไว้ในใจ ผ่านไปหลายสิบปี มีคนใกล้ชิดที่กำลังจะขายรุ่นนี้พอดี แต่ตอนนั้นเขายังไม่พร้อมซื้อ จึงให้โอกาสรถคันนั้นลงประกาศขายทั่วไปก่อน แต่เหมือนชะตาฟ้าเป็นใจ เพราะในอีกไม่กี่เดือนต่อมา คุณอัฐฒาก็พร้อมซื้อรถ และเจ้าอัลฟ่าลงประกาศคันนั้นก็ยังขายไม่ออก เหมือนว่ามันกำลังรอคนนี้ให้มาเป็นเจ้าของจริงๆ นับเป็นรถคลาสสิคคันแรกของเขาด้วย

         คุณอัฐฒาซื้อเจ้า Alfa Romeo Giulietta แบบมือสองในยุค 90 ด้วยราคาแสนต้นๆ ที่ถือว่าเป็นรถยุโรปราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับสภาพที่ได้มา โดยคันนี้เป็นรถรุ่นปี 1979 ซึ่งยังเป็นโฉมแรกแบบไม่มีกาบประตูข้าง ถือเป็นปีลึกสำหรับจูเลียตต้าเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของคนก่อนหน้าทำนุบำรุงให้ใช้งานประจำวันได้ดี เมื่อคุณอัฐฒาซื้อมาใช้ไปหลายปีต่อมา เครื่องเดิมเริ่มเสื่อมสภาพตามเวลา เขาจึงได้โอกาสยกเครื่องยนต์และเกียร์ของรุ่น Alfetta มาลง ที่เป็นบล็อคขนาด 2,000 ซีซี ให้ทั้งแรงม้าและแรงบิดมากขึ้น โดยที่ไม่เสียสมดุลย์ตัวรถ เพราะยังคงตำแหน่งเครื่องวางหน้า กับเกียร์อยู่ด้านหลังเหมือนเดิม ซึ่งคุณอัฐฒายังได้เพิ่มเฟืองท้ายใหม่จากรุ่น 2,000 ติดตั้งให้ลงตัวกับความแรงของเครื่องยนต์ด้วยครับ พร้อมกันนี้ยังได้เปลี่ยนยอยเพลากลางใหม่ ชุดละหมื่นกว่าบาท เพื่อให้เดินเบานิ่งขึ้น(รุ่นนี้เพลากลางหมุนตลอดเวลาที่ติดเครื่อง)

 

เครื่องวางใหม่ ยกมาจากรุ่น Alfetta

 

ชื่อยี่ห้อฝังนูนเป็นเนื้อเดียวกับฝาครอบวาล์ว ดีเทลที่ขาดหายไปในรถยุคใหม่

 

         หลังจากวางเครื่อง 2,000 จากรุ่นใหญ่แล้ว ก็นำมาปรับปรุงลบจุดอ่อนเดิมของรถ นั่นคือพวกระบบระบายความร้อน โดยขยายขนาดหม้อน้ำ เพิ่มพัดลมไฟฟ้า เพิ่มเทคโนโลยีและวัสดุสมัยใหม่ ให้เหมาะกับอากาศบ้านเราที่ร้อนขึ้นกว่ายุค 70 ในส่วนของจุดที่ยากสุดของการซ่อมอัลฟ่า คือ คาร์บูคู่ ที่ต้องตั้งให้มีส่วนผสมเท่ากันทั้ง 2 ข้าง ถ้ามีความสมบูรณ์แล้ว จะพุ่งติดเท้าตามคันเร่ง แถมยังจิบน้ำมันน้อยกว่าใครในระดับเดียวกัน ตามด้วยการใส่กรองอากาศ K&N แบบเปลือยทรงแคปซูลเข้ารูปกับคาร์บูคู่ จากนั้นทำการทำสีใหม่ ซึ่งระหว่างการทำสีก็ต้องรื้อสายไฟออกมาใหม่ จึงทำการเก็บงานสายไฟไปพร้อมกันเลย เพื่อให้ไม่มีจุดลัดวงจร แค่นี้ก็ใช้งานประจำวันได้สบายๆ แต่ใช้งบประมาณหมดไปร่วมแสนกว่าบาท ไม่นับค่าตัวรถนะครับ

 

กรองเปลือยทรงแคปซูล K&N เข้ารูปกับคาร์บูคู่ Dellorto

 

         เมื่อซ่อมบำรุงแล้ว เขาก็ยังได้เก็บงานรายละเอียดให้สวยได้อีก เริ่มด้วยการเก็บงานเดิมๆกับโลโก้ท้ายรถ ที่หายไประหว่างทำสี โดยคำว่า Giulietta 1.6 ที่ท้ายรถนั้น ของแท้เดิมๆหายากพอสมควร เจ้าของรถจึงได้รับสติ๊กเกอร์เองแบบตรงสเปคให้ฟรีๆ จากเพื่อนผู้ใช้รถรุ่นนี้ในคลับเดียวกัน นับว่าเป็นการพลิกแพลงที่น่าเอาอย่าง เพราะเป็นการ DIY ที่สมจริง และประหยัดเงินไปได้มาก

         คุณอัฐฒายังแต่ง Alfa Romeo Giulietta ให้หล่อแบบตรงยุค ด้วยการใส่ของแต่งตรงยุค ไม่ว่าจะเป็นเบาะ Recaro แบบกำมะหยี่ทั้งตัว ส่วนพวงมาลัยใช้ของ Nardi ขอบวงทำจากไม้จริง ส่วนล้อเป็นงานของ Rial จากอิตาลีแท้ๆจากโรงงาน เป็นลายรังผึ้งที่ดูแล้วรู้ทันทีว่าเรโทรจริงๆ ขนาด 15 นิ้วกว้าง 7 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่โตกว่าใครในยุค 70 ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้แค่ขอบ 13 กับหน้ากว้าง 5.5 นิ้วแค่นั้นเอง

 

ช่วงล่าง De Dion มีเกียร์และจานเบรคอยู่ติดกับเฟืองท้าย นี่คือเทคนิคระดับรถแข่ง

 

ล้อแม็กซ์ Rial ลายรังผึ้งงานตรงรุ่นสำหรับอิตาเลี่ยนยุค 70-80

 

  • คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าใครก็เล่นเรโทรได้

 

         คุณอัฐฒายังฝากถึงคนรุ่นใหม่ ที่อยากจะครอบครองรถคลาสสิคสักคัน เขาบอกว่าคนสมัยนี้โชคดีที่มีอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องโทรถามผู้ใช้และอู่ซ่อมรถให้ยุ่งยาก เพียงแค่คลิกเข้าในคลับ เป็นแหล่งรวมทั้งของแต่ง แหล่งซ่อม พร้อมข้อมูลต่างๆ บางชิ้นก็ราคาถูกมาก เช่นไฟหน้าราคา 2-3 พัน ไม่ต่างจากรถยุโรปอื่นๆ บางชิ้นเล็กๆน้อยๆนี่มีสมาชิกแบ่งปันกันให้ฟรีๆก็มี บางชิ้นหายากก็สั่งจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เช่น E-Bay เมื่อรวมค่าส่งแล้ว ก็ไม่ต่างจากการเบิกใหม่ตามร้านวรจักร ซึ่งการจะเล่นรถเรโทรไม่ว่ารถรุ่นใดก็ตาม คนขับจะต้องมีความรู้เรื่องรกมากพอที่จะจับความรู้สึกขณะขับขี่ได้พอสมควร เพราะเมื่อขับไปสักพักเราจะรู้ได้ก่อนว่าชิ้นส่วนใดกำลังจะเสีย หรือเสียงแปลกๆนี้มาจากแถวส่วนใดของรถ พร้อมทั้งมีความรู้ในการตรวจเช็ครถระดับเบื้องต้น เช่น การดูสีของเหลว การยกรถจับล้อเขย่าช่วงล่าง การฟังเสียงเครื่องยนต์ เหล่านี้จะต้องมีกระสบการณ์มาบ้าง ไม่ว่าจะเล่นยุโรปหรือญี่ปุ่น ก็ต้องใช้ทักษะเดียวกัน

 

เรโทรจะแจ่มและแรงได้ขนาดนี้ ต้องหมดตังค์เป็นแสน

 

         ทีมงาน BoxzaRacing ต้องขอขอบคุณเจ้าของรถ ที่นำของหายากมาให้ชม พร้อมทั้งเปิดเผยเคล็ดลับการซ่อมบำรุงรถเรโทรอย่างไม่มีกั๊ก ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำแบบอย่างไปเป็นแนวทางการดูแลรถเรโทรเป็นของตัวเองได้ สำหรับคอลัมน์ RacingMagazine คราวนี้ก็ขอตัวไปหารถหลากหลายแนวมาให้ชมกันอีก จะเป็นรถอะไร โปรดติดตามตอนต่อไป สวัสดีครับ

 

Tech Spec

  • Alfa Romeo Giulietta Type 116 รุ่นปี 1979
  • เครื่องยนต์ Alfetta 2,000 ซีซี
  • เกียร์ Alfetta 
  • เฟืองท้าย Alfetta
  • คาร์บูเรเตอร์ - Dellorto แบบคู่
  • กรองเปลือย - K&N
  • เดินสายไฟใหม่
  • ขยายขนาดหม้อน้ำและพัดลมไฟฟ้า
  • เบาะ Recaro
  • พวงมาลัย Nardi
  • ล้อ Rial ขนาด 15 นิ้วกว้าง 7 นิ้ว
รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook