เขียนโดย: Prachya Sangswang

เมื่อ: 28 กันยายน 2564 - 15:45

โตโยต้า แถลง ตลาดรถยนต์สิงหาคมอยู่ในช่วง Low season ยอดขายรวม 42,176 คัน ลดลง 38.8%

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2564 ชะลอตัวทุกเซ็กเมนท์ในช่วง Low Season โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น 42,176 คัน ลดลง 38.8%ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 13,845 คัน ลดลง 35% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 28,331 คัน ลดลง 40.5% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 21,875 คัน ลดลง 40.9%

ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม 2564 มีปริมาณการขาย 42,176 คัน ลดลง 38.8% โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 35% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 40.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากความวิตกกังวลต่อภาวะการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งเป็นการระบาดของสายพันธุ์ Delta ที่แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การโควิด-19 (ศบค.)ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดมากขึ้น เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส COVID-19 ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และภาคธุรกิจต่างๆ ส่งผลให้ผูบริโภคส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ภายในประเทศและรัดกุมเรื่องการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วง Low season ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการขายรถยนต์อีกด้วย

ตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 รวมทั้งการออกมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ต้องชะลอ หรือเลื่อนกำหนดการออกไป รวมไปถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทำให้ประชาชนเดือดร้อน ด้วยหลายเหตุปัจจัยต่างๆ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวม และกระทบความสามารถในการซื้อรถยนต์ของลูกค้าด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดียังมีความหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะฟื้นตัวดีขึ้นจากความพยายามของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา และการประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 รวมทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว

 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนสิงหาคม 2564

 

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 42,176 คัน ลดลง 38.8%

 อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,364 คัน ลดลง 42.8%  ส่วนแบ่งตลาด 29.3%

 อันดับที่ 2 อีซูซุ         11,035 คัน ลดลง 33.4%   ส่วนแบ่งตลาด 26.2%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า         5,345 คัน ลดลง 37.9%   ส่วนแบ่งตลาด 12.7%

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 13,845 คัน ลดลง 35%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า     4,906 คัน                      ส่วนแบ่งตลาด 35.4%

อันดับที่ 2 โตโยต้า    3,694 คัน ลดลง 30.0%   ส่วนแบ่งตลาด 26.7%

อันดับที่ 3 มาสด้า      1,061 คัน ลดลง 49.6%   ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 28,331 คัน ลดลง 40.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ  11,035 คัน    ลดลง 33.4%  ส่วนแบ่งตลาด 39.0%

อันดับที่ 2 โตโยต้า  8,670 คัน  ลดลง 46.9%  ส่วนแบ่งตลาด 30.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด    2,012 คัน   ลดลง 23.3%  ส่วนแบ่งตลาด 7.1%

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 21,875 คัน ลดลง 40.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ      9,638 คัน  ลดลง 36.9%  ส่วนแบ่งตลาด 44.1%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 7,754 คัน   ลดลง 42.8%  ส่วนแบ่งตลาด 35.4%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด   2,012 คัน    ลดลง 23.3%  ส่วนแบ่งตลาด 9.2%

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,487 คัน 

โตโยต้า 1,114 คัน - อีซูซุ 687 คัน – มิตซูบิชิ 278 คัน – ฟอร์ด 250  คัน – นิสสัน 158 คัน

 

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,388 คัน ลดลง 41.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ      8,951 คัน  ลดลง 39.8%  ส่วนแบ่งตลาด 46.2%

อันดับที่ 2 โตโยต้า  6,640 คัน  ลดลง 43.8%  ส่วนแบ่งตลาด 34.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด    1,762 คัน    ลดลง 15.7%  ส่วนแบ่งตลาด 9.1%

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – สิงหาคม 2564

 

1.   ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 467,809 คัน เพิ่มขึ้น 2.4% 

อันดับที่ 1 โตโยต้า 146,589 คัน เพิ่มขึ้น 9.9% ส่วนแบ่งตลาด 31.3%

อันดับที่ 2 อีซูซุ     117,880 คัน เพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 25.2%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า   55,018 คัน  ลดลง 1.7%   ส่วนแบ่งตลาด 11.8%

---------------------------------------------------------------------------------------------

2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 150,885 คัน ลดลง 5.4%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า   47,557 คัน  เพิ่มขึ้น 1.5%  ส่วนแบ่งตลาด 31.5%

อันดับที่ 2 โตโยต้า  37,864 คัน  ลดลง 5.9%    ส่วนแบ่งตลาด 25.1%

อันดับที่ 3 นิสสัน    13,235 คัน   ลดลง 9.4%    ส่วนแบ่งตลาด 8.8%

------------------------------------------------------------------------------------------------------

3.  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 316,924 คัน เพิ่มขึ้น 6.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ    117,880 คัน เพิ่มขึ้น 9.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.2%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 108,725 คัน เพิ่มขึ้น 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 34.3%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด      20,429 คัน เพิ่มขึ้น 24.1% ส่วนแบ่งตลาด 6.4%

---------------------------------------------------------------------------------------------------

4.  ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 246,625 คัน เพิ่มขึ้น 4.4% 

อันดับที่ 1 อีซูซุ   107,060 คัน เพิ่มขึ้น 6.9% ส่วนแบ่งตลาด 43.4%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 92,458 คัน เพิ่มขึ้น 15.2% ส่วนแบ่งตลาด 37.5%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด     20,429 คัน เพิ่มขึ้น 24.1% ส่วนแบ่งตลาด 8.3%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 33,123 คัน 

โตโยต้า 14,525 คัน - อีซูซุ 11,022 คัน - มิตซูบิชิ 4,204 คัน – ฟอร์ด 3,015 คัน – นิสสัน 357 คัน

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------

5.   ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 213,502 คัน เพิ่มขึ้น 0.5%

 

อันดับที่ 1 อีซูซุ     96,038 คัน ลดลง 0.3% ส่วนแบ่งตลาด 45.0%

อันดับที่ 2 โตโยต้า 77,933 คัน เพิ่มขึ้น 9.9% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด    17,414 คัน เพิ่มขึ้น 30.0% ส่วนแบ่งตลาด 8.2%

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook