เขียนโดย: D wisanuporn

เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2564 - 11:31

รีวิว Haval H6 SUV Hybrid พร้อมตีตลาดไทย ในราคาที่หลายคนฟังธง จริงหรือมั่ว คุ้มหรือไม่ !?

         ค่อยๆ เปิดเผยตัวที่ละขั้น กับรถ SUV Hybrid สัญชาติจีน Haval H6 (เอชซิกซ์) จากต้นสังกัด GWM (เกรท วอลล์ มอเตอร์) แม้วันนี้ชาวเราจะยังคงต้องรอลุ้นกับราคาค่าตัวกันต่อไป แต่ว่าไม่นานเราทีมงาน BoxzaRacing จะมาไขความกระจ่างในเรื่องนี้ว่าจะคุ้มค่ากับสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงไหม ซึ่งสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกันเป็นจุดๆ คือเรื่องของสิ่งต่างๆ อันรวมอยู่ในตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ สมรรถนะ หรือแม้แต่ฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ที่ Haval H6 ในเจน 3 บรรจงใส่ลงไปนี้ แล้วรอดูราคาที่เปิดมาจะเหมาะสมไหมเท่านั้น เอาเป็นว่ามาดูไปพร้อมกัน

 

 

         มาว่ากันที่เรื่องของการออกแบบกันก่อน สำหรับ SUV Hybrid สัญชาติจีน นี้ทางต้นสังกัดได้หมายมั่นปั้นมือว่าเป็นรถสไตล์แบบรถยุโรป แม้ว่าเราเองยังมองว่าครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างความเป็นญี่ปุ่นกับยุโรป เมื่อมองจากด้านหน้าจะเห็นถึงรูปทรงของกระจังหน้าที่เห็นเด่นมาแต่ไกล แน่นอนว่ารูปแบบที่เห็นถูกใช้กันมากในรถญี่ปุ่นหลายๆ รุ่น ทว่าจะต่างกันเล็กน้อยตรงรายละเอียดที่ Haval H6 ใส่มาคือความหรูหราในแบบยุโรป พร้อมประยุคความล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ Intelligent LED Headlamp ที่ดูแล้วไม่ต่างจากรถรุ่นใหม่ทั่วไป ต่างกับไฟท้ายแบบ LED taillight Strip ที่ครอสจากซ้ายไปขวา ซึ่งดูเป็นยุโรปมากที่สุดสำหรับส่วนนี้ ด้านข้างตกแต่งง่ายๆ ด้วยกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ เสริมด้วยคิ้วโครเมียมตามวิถีเดิม เส้นสายตัวรถไม่มาก ดูไม่รกทว่าอารมย์ความแข็งแรงน้อยไปนิด แต่เมื่อบอกว่านี้มีเป็น SUV ก็มองข้ามไปได้ แต่ถ้าเป็น PPV คงไม่ได้

 

ไฟท้ายแบบ LED taillight Strip ที่ครอสจากซ้ายไปขวา ซึ่งดูเป็นยุโรปมากที่สุด

 

         ภายในยังคงเป็นแบบผสมผสาน ดูแล้ววุ่นวายบอกไม่ถูก จะมาแนวสปอร์ต หรือหรูหรา ล้ำสมัย ก็น่าจะเน้นไป การตกแต่งด้วยชิ้นงานผิวโลหะโทนสี Pink gold กับสีดำเงาของสี Piano Black แถมด้วยสีขาวของหนังสังเคราะห์คลอบคลุมทั้งห้องโดยสาร ดูแล้วงงนิดหน่อย แต่ยังดีที่ออกแบบมาให้รู้สึกว่า นี่คือการแบ่งโซนชัดเจนระหว่างคนขับ กับผู้โดยสาร อุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปทำได้ดีไม่น้อยหน้าจอ LED สำหรับความบันเทิงขนาด 12 นิ้ว รวมถึงการแสดงภาพที่ได้จากกล้องแบบ 360 องศา ส่วนหน้าปัดแสดงผลการทำงานของเครื่องยนต์มีขนาด 10 นิ้ว ที่โดนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นบดบังไป แต่สามารถปรับหลลได้ 4 ทางด้วยมือ คอลโซนพาแนลหรือคอลโซลกลางขนาดใหญ่ยกสูงขึ้นกั้นระหว่างคนขับ กับผู้โดยสาร ซึ่งส่วนนี้เองที่บอกว่าเป็นการแบ่งโซนการใช้งานที่ชัดเจน มีการจัดวางอุปกรณ์ไม่มาก ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการใช้งานมากเกินไป เพราะส่วนใหญ่จะสั่งการที่พวงมาลัย

          จุดเด่นที่ต้องพูดถึงคือ ความกว้างระดับไซน์ XL เบาะนั่งคู่หน้าปรับ 8 ทิศทางน่าจะถูกใจพวกชอบติ แต่คงไม่พ้นโดนติว่ากว้างเกินไม่กระชับก็แล้วแต่ความต้องการ ส่วนเบาะหลังยังคงยึดแนวทางไม่ต่างจากด้านหน้าคือเรื่องความกว้าง ตำแหน่งค่อนไปทางต่ำมองไม่เห็นด้านหน้าเท่าไร แต่ลดความอึดอัดด้วยหลังคาแบบพาโนรามิก แต่ไม่มีก็ไม่รู้สึกว่าเล็กแต่อย่างใด พื้นที่วางขามากพอให้ขยับตัวได้มาก ด้านบนเหลือพอให้หายใจได้คล่อง แต่อาจจะทึบตาไปสำหรับด้านหลังสุดเพราะที่นั่งบังทัศนวิสัยการมองไปพอสมควร รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีไม่มากจนเหลือใช้ เอาเป็นว่าพอสมควรสำหรับการใช้งานก็แล้วกัน   

 

การจัดวางอุปกรณ์ไม่มาก ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการใช้งานมากเกินไป

 

         มาว่ากันที่เรื่องของระบบขับเคลื่อนที่หลายคนต่างคิดไปว่ารถคันนี้ต้องเป็น EV แท้ 100 % แต่ไม่ใช่ เพราะรถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับรุ่นที่ใช้น้ำมันล้วน และทาง GWM ภูมิใจนำเสนอเพราะนี้เป็นเครื่องยนต์ 1 ใน 10 ที่ดีที่สุดจากการพัฒนาขึ้นเองในประเทศจีน คือ GW4B15 ขนาด 1.5 ลิตร แต่มีเทอร์โบให้กำลังที่ 174 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่น่าจะเป็นรุ่น DHT 130 มากกว่ารุ่น DHT 100 เพราะดูจากกำลังรวมที่ 243 แรงม้าแล้ว ส่วนแรงบิดค่อนไปทางสูงเรียกว่าใช้งานได้ง่าย ซึ่งอยู่ที่ 530 นิวตัน-เมตร ทำงานผ่านระบบเกียร์ 7 สปีด DCT ที่มีสั่งการกลไกด้วยน้ำมันไม่ต่างจากระบบเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ทว่าใน Haval H6 มีความต่างจากรถ Hybrid ทั่วไป คือจะมีระบบส่งกำลังแยกกันระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยจะส่งผ่านส่งกำลังไปยังเพลาขับที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในแบบมัลติโหมด นั่นหมายความว่ารถรุ่นนี้มีระบบส่งกำลังเหมือนกับรถยุโรประดับพรีเมียม และตัวมอเตอร์ไม่ได้ติดอยู่กับล้อเหมือนหลายๆ รุ่น และสามารถตอบสนองการขับที่หลากหลายทั้งแบบ off Road และแบบ On Road

 

หน้าจอ LED สำหรับความบันเทิงขนาด 12 นิ้ว รวมถึงการแสดงภาพที่ได้จากกล้องแบบ 360 องศา

 

 

         สำหรับรุ่นนี้ใช้รูปแบบโครงสร้างเดียวกับ Haval Big Dog ไม่แปลกเพราะต้องการลดต้นทุน แต่ต้องบอกว่าขนาดตัวถังใหญ่มากเมื่ออยู่ในกลุ่ม C-SUV ขนาดวัดความกว้างจากปลายกระจกได้ 1,886 มิลลิเมตร ยาว 4,653 มิลลิเมตร และสูง 1,724 มิลลิเมตร กับระยะฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร  ทำงานประสานกับระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าแบบ McPherson suspension ที่ด้านหน้าส่วนด้านหลังเป็นแบบ Multi-link เมื่อดูจากองค์ประกอบแล้วงานนี้แทบไม่ต้องบอกว่ารถที่มีตัวถังใหญ่ขนาดนี้ต้องออกอาการยวบโยนในจังหวะโยกด้วยความเร็วติดต่อกันแน่นอน แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีความนุ่มเมื่อใช้งานปกติ การยึดเกาะไม่ต้องถามงานนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ และปรับแต่งช็อคอับสปริงมาเหมาะขนาดไหน อย่าลืมว่าคนขับไม่ได้มีคนเดียว งานนี้น่าจะออกมากลางๆ ค่อนไปทางนุ่มไว้ก่อนแน่นอน แต่ลดทอนความนุ่มด้วยล้อขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้ว ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นภาระของเจ้าของในอนาคตเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยาง แต่งานนี้แก้ได้ด้วยยางคุณภาพระดับกลางๆ ที่มีให้เลือกเต็มตลาด

 

 

         ระบบเบรกให้มาเป็นแบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง ทำงานผสานกับระบบจัดการหลายรูปแบบทั้ง ไม่ว่าจะเป็นระบบ ACC (Adaptive Cruise Control) ที่ให้กันในระดับหยุดนิ่งและออกตัวตามรถคันหน้า มาพร้อม ระบบ WDS (Wisdom Dodge System) ซึ่งเป็นระบบที่หลายคนน่าจะชื่นชอบ เป็นระบบควบคุมให้รถรักษาระยะห่างจากรถบรรทุก หรือจะเป็น IAP (Integration Auto Parking) เป็นระบบช่วยในการจอดรถที่มีมาให้ถึง 3 รูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้เพียงแค่ 2 รูปแบบเท่านั้น โดยรูแบบที่เพิ่มเข้ามาคือการถอยเข้าช่องจอดแบบเฉียง นอกจากนี้ยังมีระบบ ARA (Auto Reversing Assistance) เป็นระบบจดจำเส้นทางเมื่อรถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งระบบจะสั่งการให้รถถอยกลับเส้นทางเดิมในระยะทาง 50 เมตร

 

ล้อขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้ว ซึ่งสิ่งนี้น่าจะเป็นภาระของเจ้าของในอนาคต

 

         ส่วนระบบการเชื่อมต่อ ที่ได้ทั้ง ios และ Android ที่ทาง Haval บอกว่าควบคุมรถแบบครบจบในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการบอกพิกัดรถ หรือการติดตามรถ ควบคุมการเปิดปิดรถ สั่งการระบบทำความเย็น หรือดูการใช้งานรถแบบย้อนหลังและอีกหลากหลายฟังก์ชัน ทว่างานนี้ยังไม่ได้ทดลองใช้ คงต้องรอทดลองสมรรถนะกันเต็มๆ อีกครั้ง แต่ไม่น่าจะแตกต่างอะไรจากรถรุ่นใหม่ในตลาดเพราะการเขียนโปรแกรมการทำงาน ยังไม่มีอะไรที่ใหม่ไปกว่านี้

 

 

         จากองค์ประกอบทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว Haval H6 HEV นี้น่าจะพอคาดการณ์ได้ว่าค่าตัวที่หลายๆ คนคาดหวัง คาดการณ์ไว้นั้นพอเป็นจริงได้หรือไม่ ...ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ รถ SUV Hybrid คันนี้มีของดีในตัวหลายอย่าง แบบที่รถญี่ปุ่นไม่มี แต่ก็ยังมีอีกหลายด้านที่ยังเทียบกับรถยุโรปไม่ได้ หากคิดว่านี่จะเป็นรถ SUV ในสไตล์ยุโรปจริง สุดท้ายก็ต้องมาชั่งน้ำหนักว่าเหมาะสมกับราคาไหมเท่านั้น แต่หากดูแล้วก่ำกึ่ง ก็ให้คิดว่าเราได้ใช่ระบบครบทุกอย่างไหม หรือมีอะไรที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ที่นี้ก็จะรู้ว่ารถที่ซื้อมาคุ้มค่าไหม ไม่ต้องมองว่าจะขายต่อได้ราคาดีเท่าไร เพราะแค่ขยับออกจากโชว์รูมก็เป็นรถมือสองแล้ว แถมราคาขายไม่มีทางได้เท่าป้ายแดงหรือสูงกว่า ยกเว้นรถรุ่นนั้นจะพิเศษแบบที่มีเพียงไม่กี่คันในโลกเท่านั้น เพราะคันนีไม่ไช่แบบนั้น

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook