เขียนโดย: Monster Racing

เมื่อ: 22 กรกฏาคม 2561 - 13:53

Chevrolet เผย เครื่องยนต์ Duramax ช่วยเจ้าของธุรกิจปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วง

 

          รถกระบะเป็นรถที่เราสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะใช้กับงานที่สมบุกสมบัน ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อการผจญภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ขับขี่ แต่ไม่ว่าจะใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และผู้ใช้งานคนอื่นๆ ต่างให้ความไว้วางใจรถกระบะในด้านขุมกำลัง แรงม้า แรงบิด และพื้นที่ในการบรรทุกสินค้าที่กว้างขวาง เพื่อให้งานต่างๆ ประสบผลสำเร็จ

          จากการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า เหตุผล 3 อันดับแรกในการเลือกซื้อรถกระบะ ได้แก่ ความหลากหลายในการใช้งาน, การขนส่งสินค้า และการตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถกระบะ

 

 

          ตามที่ผู้ใช้รถกระบะอย่างสมบุกสมบันกล่าวไว้ รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล เช่น เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ของ เชฟโรเลต โคโลราโด มีศักยภาพในการลากจูงที่เหนือชั้น และประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ลากจูงในระยะทางไกล หรือการขับขี่ข้ามภูเขาหรือที่ราบสูง ขุมพลังดูราแมกซ์ไม่เพียงแค่ให้แรงบิดที่มากขึ้น แต่ยังมีความทนทาน และประหยัดน้ำมันขึ้น

          เครื่องยนต์ดูราแมกซ์รุ่นเดียวกันนี้ยังเป็นขุมพลังของรถ SUV ระดับพรีเมี่ยม 7 ที่นั่ง เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ซึ่งได้รับการพูดถึงภายในห้องโดยสารที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายสำหรับผู้โดยสาร บรรทุกสัมภาระ และมีความทนทาน

          เครื่องยนต์ดีเซลประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่าเครื่องยนต์เบนซินที่มีเครื่องยนต์แบบเดียวกันถึง 25 – 30% อีกทั้งยังง่ายต่อการบำรุงรักษา ไม่ต้องใช้หัวเทียนหรือจานจ่าย ทำให้ไม่ต้องมีการปรับระบบการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ดีเซลอย่างดูราแมกซ์ ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร ซึ่งผลิตที่ศูนย์การผลิต จีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง มักมีอายุการใช้งานที่นานกว่าเครื่องยนต์เบนซิน และมีมูลค่ามากกว่า ทำให้รถยนต์มีราคาขายต่อที่สูงกว่า

          นอกจากนี้ งานวิจัยอื่นยังแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนในการเป็นเจ้าของรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งรวมถึงค่าเสื่อมราคา ค่าน้ำมัน การซ่อมแซม การบำรุงรักษา ค่าประกัน ค่าธรรมเนียมและภาษี มักจะมีราคาต่ำกว่าต้นทุนในการเป็นเจ้าของรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินในรถรุ่นเดียวกันตั้งแต่ 2,000 - 7,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,000 – 233,000 บาท ภายในระยะเวลา 3 - 5 ปี

 

 

          คุณชัชวาล จันทเขต ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายวิศวกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ จีเอ็ม ประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "ลูกค้าสามารถวางใจในความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมดีเซลของจีเอ็มได้ เพราะเราได้สร้างเครื่องยนต์ดีเซลมาแล้วจำนวนหลายล้านเครื่อง และเราถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว และจีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย คือศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ได้นำระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และสร้างคุณภาพในการผลิต โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานไร้ฝุ่น และมีการควบคุมอุณหภูมิเพื่อจัดการกับความชื้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ

          เครื่องยนต์ดูราแมกซ์คุณภาพระดับโลกที่จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ใน เชฟโรเลต โคโลราโด ในตลาดอเมริกาเหนือ ผ่านกระบวนการประเมินประสิทธิภาพที่เข้มงวดแบบเดียวกันกับเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ที่มีความจุกระบอกสูบ ขนาด 6.6 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ในตำนานที่ผ่านการทดสอบโดยใช้ไดนาโมมิเตอร์ หรือระบบทดสอบมอเตอร์ และเครื่องยนต์ กว่า 35,000 ชั่วโมง เพื่อการพัฒนา ทดสอบความล้า (Fatigue testing) และการทดสอบการต้านทานอุณหภูมิ (Thermal cycling)

 

 

          นายลัทธพล อติชาดศรีสกุล เจ้าของ บริษัท ทรัพย์อนันต์บางใหญ่ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี รับรองถึงความทนทาน ความเที่ยงตรง และพลังของเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ ถึงแม้จะผ่านการใช้งานอย่างหนักมาหลายปี เขายังคงสามารถใช้งานเชฟโรเลต โคโลราโด Z71 รุ่นปี 2012 ที่มีเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ขนาด 2.8 ลิตร เพื่อขนย้ายเสาเข็มเหล็กที่มีน้ำหนักมากไปยังไซต์งานก่อสร้างได้ นอกจากนี้ รถยังสามารถลากจูงรถคันอื่นโดยใช้ข้อต่อได้เช่นกัน ซึ่งแสดงถึงสมรรถนะที่เหนือชั้นของรถกระบะและขุมพลังเครื่องยนต์

          นายลัทธพล กล่าวว่า “เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ตอบสนองความต้องการของผมได้อย่างแท้จริง เพราะผมต้องบรรทุกของหนัก ดังนั้น ผมจึงต้องการเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูง ผมจึงประทับใจมากกับความทนทานและสมรรถนะของเครื่องยนต์ดูราแมกซ์”

 

 

          ด้านนายนราธิป โคตุดร ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายขนมหวานที่ตลาดสำโรงในกรุงเทพฯ เผยว่า  “ผมรู้สึกประทับใจกับสมรรถนะของโคโลราโด รุ่นปี 2012 จึงได้ตัดสินใจซื้อรถยนต์เชฟโรเลตอีกคันหนึ่ง ซึ่งคือโคโลราโดรุ่นปี 2017 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ขนาด 2.5 ลิตร เพื่อใช้ในการขนส่ง  ขนมหวานที่มีความต้องการมากขึ้น ผมประทับใจเป็นพิเศษในการขับเคลื่อนรถกระบะโคโลราโดที่ใช้เครื่องยนต์ที่มีแรงบิดในรอบเครื่องต่ำ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเครื่องยนต์ดูราแมกซ์”

 

 

          ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรถแต่ละรุ่น โคโลราโดใหม่ รุ่นปี 2019 สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,085 กิโลกรัม ซึ่งเปรียบเทียบได้กับน้ำหนักลูกช้างเอเชีย 10 ตัว และลากรถเทรลเลอร์ที่มีระบบเบรกซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 3,500 กิโลกรัมได้ ซึ่งเป็นน้ำหนักเฉลี่ยของช้างเอเชีย

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook