เขียนโดย: RaiToZ Boxza

เมื่อ: 9 พฤษภาคม 2560 - 20:48

ดิสค์เบรค vs ดรัมเบรค เทียบประสิทธิภาพของ 2 เทคโนโลยีห้ามล้อแห่งยุค เปิดหมดทุกข้อดีและข้อเสีย

 

          รถยนต์ทุกๆ คันนั้น สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ในเรื่องความปลอดภัย ก็คงจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการชะลอความเร็วของรถคันนั้น ถูกต้องแล้วครับ... เกร็ดความรู้เรื่องรถยนต์ วันนี้เราจะมาพูดกันถึงระบบเบรคนั่นเองครับ ซึ่งตั้งแต่ไหนแต่ไร การผลิตรถยนต์นั้น การที่จะออกแบบระบบเบรคเป็นอะไรที่ค่อนข้างต้องระดมมันสมองจากวิศวกรชั้นนำของแต่ละค่าย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด จนเกิดมาเป็นชุดเบรคแบบดรัมเบรค (Drum Brake) ขึ้นมาบนโลกนี้เป็นแบบแรก ต่อมาหลายสิบปีการวิวัฒนาการของวงการยานยนต์ก็ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงยุคหลังเราจึงเห็นระบบเบรคแบบดิสค์เบรค (Disc Brake) ขึ้นมาให้เราใช้ในปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่าระบบเบรคแบบ Drum ก็ใช่ว่าจะหายไปจากโลกเลยซะทีเดียว เพราะมันยังคงเป็นการทำงานที่เรียกได้ว่ามีประสิทธภาพสูง ทำให้ในรถยนต์บางรุ่นก็ยังคงต้องใช้ Drum Brake ให้เห็นกันอยู่ สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาชมทั้งข้อดีและข้อเสียของระบบเบรคทั้งคู่กันครับ

 

Drum Brake

 

 

          ระบบห้ามล้อ ชะลอความเร็วแบบแรกที่บังเกิดขึ้นมาด้วยมันสมองของวิศวกรรมยุคนั้น โดยอาศัยหลัการของแรง “ผลัก” เพื่อสร้างแรงเฉี่อยให้กับล้อรถยนต์ ซึ่งการทำงานของมันนั้น ตัวดรัมที่ยึดติดอยู่กับล้อ ภายในจะมีส่วนประกอบต่างๆ ที่ช่วยในสร้างแรงเฉี่อย ไม่ว่าจะเป็นตัวของฝักเบรค ที่ภายในจะมีผ้าเบรค สปริง และลูกสูบโดยที่ถูกต่อเข้ากับสายเบรค เมื่อมีการกดเบรคน้ำมันเบรคจะทำหน้าที่ผลักลูกสูบภายในเพื่อดันฝักเบรคออกไปดันกับขอบดรัมที่หมุนไปพร้อมล้อ เพื่อสร้างแรงเฉี่อยให้กับรถ

 

 

ข้อดี

  • หยุดรถด้วยพละกำลังที่สูง เหมาะอย่างยิ่งกับรถที่มีน้ำหนักมาก
  • ออกแรงกดน้อย
  • ต้องการการดูแลรักษาต่ำ เนื่องจากเป็นระบบปิดที่ค่อนข้างมิดชิด

 

ข้อเสีย

  • การบำรุงรักษายาก ต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น
  • ความร้อนสะสมสูงมาก
  • ความสามารถในการระบายน้ำต่ำมาก
  • การตอบสนองค่อนข้างช้า ทำให้ขาดความแม่นยำ

 

Disc Brake

 

 

          ด้วยวงการรถยนต์ที่ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทำให้ระบบ Disc Brake เกิดขึ้นมา แม้ว่าจะเกิดขึ้นมาภายหลังระบบ ดรัม อยู่หลายปี แต่ว่าประสิทธิภาพของมันนั้น เรียกได้ว่าเกือบที่จะมาทดแทนระบบดรัมได้เลยทีเดียว ซึ่งการทำงานของระบบดิส จะเน้นไปที่การ "บีบ" ไปที่จานเบรค โดยการสร้างสิ่งที่เรียกว่าคาลิปเปอร์ ครอบเข้าไปที่จานเบรคฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าจานเบรคนั้น จะถูดยึดติดกับล้อ โดยส่วนของคาลิปเปอร์จะไม่หมุนไปตามล้อแต่จะถูกเชื่อมต่อสายเบรคเข้าไปที่ลูกสูบ เมื่อมีการใช้งานลูกสูบจะดันผ้าเบรคภายในให้ "บีบ" กับจานเบรคทำให้เกิดแรงเสียดทานนั่นเองครับ

 

ข้อดี

  • การบำรุงรักษาง่าย สามารถทำความสะอาด และตรวจเช็คสภาพได้เอง
  • ระบายความร้อนได้เร็ว
  • ระบายน้ำได้ดี
  • ตอบสนองทันที มีความแม่นยำสูง
  • ดูสวยงาม

 

ข้อเสีย

  • ค่าบำรุงรักษาค่อนข้างแพง
  • พละกำลังในการเบรค ด้อยกว่าดรัมเล็กน้อย
  • ผ้าเบรคหมดเร็ว

 

 

          สำหรับระบบเบรคทั้ง 2 รูปแบบ หากพูดกันโดยรวมแล้ว ดูเหมือนว่าเบรคระบบดิสจะเป็นที่ได้เปรียบอยู่ไม่น้อย ดูจากรูปทรงที่สวยงาม รวมไปถึงประสิทธิภาพที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าระบบดรัมเลยทำให้ดิสค์เบรค กลายมาเป็นระบบเบรคยอดนิยมในปัจจุบันไปแล้วนั่นเอง สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากจะอัพเกรดระบบเบรค ผมก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าลงทุนไม่น้อย เพราะได้ทั้งประสิทธิภาพที่เพิ่มเข้ามา รวมไปถึงความสวยงาม ที่ดรัมเบรคไม่สามรถให้ได้ โดยรวมแล้วถือว่า คุ้มค่าและน่าลงทุน ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook