เขียนโดย: D wisanuporn

เมื่อ: 6 พฤษภาคม 2564 - 11:46

ระบบเบรก ทรงประสิทธิภาพ มาตรฐานระดับโลก ดูกันที่อะไร

         คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ยานพาหนะ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของโลกคือ รถยนต์ ด้วยการคิดค้นและพัฒนาต่อยอดจากอดีตจนปัจจุบัน กระทั่งวันนี้รถยนต์ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ล้ำสมัยมาพร้อมกับสมรรถนะที่สูงขึ้น รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัยที่มีสูงขึ้นตามไปด้วย และหากพูดถึงเรื่องความปลอดภัยแล้ว คงต้องยกให้กับการทำงานของระบบเบรก แน่นอนว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนของระบบนี้ก็ได้คิดค้น พัฒนาต่อยอดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสมรรถนะ และคุณภาพเทียบทันกับเทคโนโลยีของรถ

 

 อะไหล่ระบบเบรกครบชุดของ TRW

 

         TRW ผู้บุกเบิกการออกแบบ และผลิตระบบเบรกทั้งระบบ (Total Braking System) ชุดโมดูลเบรก (Brake Module) รวมทั้งระบบความปลอดภัย และควบคุมยานยนต์ขั้นสูงเพื่อผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลก AVCSS (Advance Vehicle Control and Safety) โดยผลิตชิ้นส่วนอะไหล่แท้ให้กับโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงอะไหล่ทดแทน (OE) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนหลักทุกชิ้นในระบบเบรก ทั้ง ผ้าเบรก จานเบรก คาลิเปอร์ แม่ปั๊มเบรก รวมถึงหม้อลม และอื่นๆ ที่ได้มีมาตรฐานเดียวกับอะไหล่แท้  ซึ่งอะไหล่ทุกชิ้นมีการทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งในห้องปฏิบัติการ รวมถึงในสนามทดสอบจริง TRW มุ่งเน้นพัฒนาชิ้นส่วน เพื่อให้ผู้ใช้รถปลอดภัยสูงกว่าเดิม โดยมีชิ้นส่วนอุปกรณ์อันเกี่ยวกับระบบเบรกแบบครบครั้น พร้อมให้เลือกมากที่สุด แล้วทำไมต้องเป็นผลิตภัณฑ์ของ TRW มาทำความเข้าใจและความสำคัญของระบบเบรกก่อนแล้วจะรู้ว่าทำไม

          สำหรับระบบเบรกนั้นมีหน้าที่หลักในการ ชะลอความเร็ว หรือทำให้รถหยุดตามความต้องการของผู้ขับ เบรกจะมีอยู่สองประเภท คือ ดิสก์เบรก (Disc Brake) และ ดรับเบรก (Drum Brake) ซึ่งจะมีส่วนประกอบสำคัญหลัก คือ แป้นเหยียบเบรก, หม้อลมเบรก, แม่ปั๊มเบรก, ชุดดิสก์เบรก ดรัมเบรก และเบรกมือ ในการทำงานนั้นจะแยกออกเป็นระบบ โดยหลักการทำงานของเบรกนั้นเป็นแบบไฮดรอลิก (Hydraulic) หลังจากที่เหยียบแป้นเบรก วาล์วในหม้อลมเบรกจะเปิดออกทำให้อากาศไหลเข้ามาด้านในจังหวะนี้ จะรู้สึกได้ว่าแป้นนั้นนุ่มกว่าตอนที่ยังไม่ติดเครื่อง แต่ถึงแม้ว่าจะติดเครื่องหรือไม่ก็ตาม อากาศที่อยู่ในหม้อลมก็ไม่สามารถผ่านออกไปได้เพราะมีแผ่นไดอะแฟรมกั้นอยู่ แต่จะมีแกนเหล็กจากหม้อลมเท่านั้นที่เป็นตัวเชื่อมต่อการทำงานของหม้อลมกับแม่ปั๊มเบรก โดยแกนนี้จะไปดันลูกสูบในแม่ปั๊มเบรก ทำให้เกิดแรงดัน

 

การทำงานของระบบเบรกและชิ้นส่วนสำคัญ

 

         ซึ่งแรงดันนี้จะดันให้น้ำมันเบรกไหลไปตามท่อทางเดิน สู่คาลิเปอร์เบรกจากนั้นน้ำมันเบรกจะดันลูกสูบในตัวคาลิเปอร์ให้ไปกดผ้าเบรก ตัวผ้าเบรกก็ไปกดกับจานเบรกจนเกิดแรงเสียดท้านทำให้จานเบรกที่ติดกับแกนล้อหมุนช้าลงหรือหยุดนั่นเอง ในกรณีที่เป็นดรัมเบรกแรงดันที่ว่านี้จะทำให้กระบอกเบรกดันก้านด้านในออกไปดันฝักเบรกจนติดกับกระทะเบรกทำให้หมุนช้าลงหรือหยุดเช่นเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามเมื่อปล่อยแป้นเบรก วาล์วในหม้อลม และแม่ปั๊มเบรกจะถูกดันกลับด้วยสปริงด้านใน ทำให้ระบบคลายตัวออกทั้งลูกสูบที่คาลิเปอร์ ผ้าเบรก รวมไปถึงส่วนอื่นก็เลื่อนกับที่เดิมรอการทำงานใหม่เมื่อเหยียบเบรกอีกครั้ง และสำหรับการทำงานของเบรกนั้นเราสามารถแยกเป็นระบบหลักดังนี้

 

การทำงานของระบบดิสก์เบรก (Disc Brake) และชิ้นส่วนสำคัญ

 

ระบบดิสก์เบรก TRW

 

                การทำงานของระบบเบรกแบบดิสก์เบรก (Disc Brake) การทำงานของระบบนี้จะเริ่มกระบวนการทำงานเมื่อได้รับแรงดันจากแม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) ส่งไปตามท่อทางเดิน เมื่อใดที่มีการเหยียบเบรก แรงดันที่ส่งจากแม่ปั๊มเบรกตามที่กล่าวไปตอนต้น ซึ่งจะส่งแรงดันไปดันน้ำมันเบรกไหลไปสู่ลูกสูบในคาลิเปอร์ (Caliper) และไปดันผ้าเบรก (Brake Pad) ให้เลื่อนเข้าไปจับกับจานเบรก (Disc Rotor) อีกที ส่งผลให้ล้อหมุนช้าหรือหยุดนั่นเอง

          ที่นี้เรามาดูส่วนประกอบของระบบเบรกเป็นส่วนๆ ว่าทำงานอย่างไร เริ่มจากคาลิเปอร์ (Caliper) สำหรับอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะติดยึดกับขายึด และครอบลงไปบนจานเบรก (Disc Rotor) โดยภายในคาลิปเปอร์จะมีลูกสูบ (Piston) และผ้าเบรก (Brake Pad) ประกบอยู่ทางด้านซ้าย และขวาของจานเบรก จะเห็นว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำงานภายใต้สภาวะที่หนักหน่วงไม่น้อย ต้องเจอทั้งฝุ่น น้ำ และความร้อนสะสมจากการเบรก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานโดยเฉพาะตัวคาลิเปอร์ (Caliper Body) ด้วยการออกแบบ และผลิตจากประสบการณ์มากกว่า 100 ปี  ทำให้คาลิเปอร์ และชิ้นส่วนภายในทั้งลูกสูบ ซีลยาง ทั้งหมดมีคุณภาพเทียบเท่าอะไหล่แท้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นชิ้นส่วนทั้งหมดยังได้รับการทดสอบ 100% ในระหว่างการผลิต อีกด้วย

 

ผ้าเบรกและก้ามเบรก TRW

 

         นอกจากนี้ยังมีผ้าเบรก (Brake Pad) ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างแรงเสียดทานกันจานเบรก โดยผ้าเบรกนั้นจะได้รับแรงดันมาจากลูกสูบในคาลิเปอร์อีกที เป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าเมื่อวัสดุสองชิ้นเสียดสีกันยอมเกิดความร้อน และยิ่งร้อนมากขึ้นเมื่อมีการเสียดสีที่รุนแรง และต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นแล้วการจะสร้างแรงเสียดทานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยผ้าเบรกที่มีคุณภาพสูง ซึ่งผ้าเบรกของ TRW โดดเด่นด้วยกระบวนการเผาผิวหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง ด้วยไฟฟ้า (Electric Heating Plate) สำหรับกระบวนการนี้มีผู้ผลิตบางรายยังไม่มีใช้ 

         รวมถึงการใช้กาวชนิดพิเศษที่ทนความร้อนสูง ช่วยให้ผ้าเบรกไม่หลุดร่อนระหว่างการใช้งาน ส่งผลให้ผ้าเบรกมีคุณภาพ และใช้งานได้อย่างปลอดภัย  ตัวผ้าเบรกยังเคลือบสารเพิ่มแรงเสียดทาน ช่วยให้ระยะเบรกลดลงแม้ว่าจะเป็นช่วงที่เปลี่ยนผ้าเบรกมาใหม่ก็ตาม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีชิ้นส่วนสำคัญที่เป็นตัวรองรับแรงจากลูกสูบของคาลิเปอร์ คือแผ่นเหล็กรองหลัง ที่มีความแข็งแรงกว่าของเดิม โดยแผ่นรองนี้ยังผ่านกระบวนการ Powder Coating ช่วยป้องกันการเกิดสนิมจากการใช้งานได้เป็นอย่างดี ลดปัญหาที่ทำให้เบรกติดได้ในระยะยาว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีแผ่นดูดซับเสียงมาให้ทุกชุด และพิเศษกับ Red Shim ที่เคลือบ 5 ชั้น โดยจะเพิ่มมาให้ทุกชุด สำหรับผ้าเบรกรุ่น DTEC

 

ผ้าเบรกTRW รุ่น DTEC

 

          และอีกหนึ่งชิ้นส่วนหลักคือ จานเบรก (Disc Rotor) ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญไม่ต่างกัน หน้าที่ และการทำงานของจานเบรกไม่ได้ซับซ้อนเหมือนส่วนอื่น ทว่าเป็นส่วนที่รับภาระจากการทำงานหนัก จานเบรกเป็นตัวที่ติดอยู่กับเพลาซึ่งหมุนตามกำลังของเครื่องยนต์ เพราะฉะนั้นจะมีการหมุนที่แตกต่างกันออกไปทั้งเร็ว และช้า การจะทำให้รถหยุดต้องใช้เบรกเป็นตัวกำหนด และจานเบรกนี้เองเป็นตัวกลางในการหยุดที่ต้องรับการกระทำของผ้าเบรกที่กดไม่หมุน ดังนั้นแล้วจานเบรกจะเกิดความร้อนสะสมเช่นเดียวกับผ้าเบรก และหากจานเบรกผลิตมาจากวัสดุที่คุณภาพต่ำก็จะไม่สามารถทนต่อการใช้งานหนักแบบนี้ได้

 

จานเบรก และดรัมเบรก TRW

 

          และ TRW ถือเป็นผู้นำด้านการผลิตจานเบรกอย่างแท้จริง เพราะมีให้เลือกใช้หลากหลายตรงตามรุ่นรถญี่ปุ่นกว่า 90 % ด้วยกระบวนการผลิตตามมาตรฐานยุโรป ISO/TS16949 Tier 1 OE Supplier ผ่านการตรวจสมดุลย์ 100 %  ทุกใบ เนื้อจานเป็นเหล็กหล่อใหม่สีเทาพร้อมขัดผิวหน้าจากโรงงาน และยังใช้กระดาษ VCI กันสนิมแทนการเคลือบน้ำมัน จึงทำให้สามารถเปลี่ยนได้ทันทีไม่จำเป็นต้องล้าง มีให้เลือกตรงตามรุ่นการใช้งาน ทั้งจานเบรกพ่นดำ (Black Painted Disc) ตัวจานมีสีดำที่ขอบจานและขอบดุมล้อพร้อมเคลือบสารพิเศษ เทคโนโลยีจากประเทศฟินแลนด์ ยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น ป้องกันสนิม ลดการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี

          และจานเบรกแบบ 2 ชิ้น (Semi-Compound Disc) ผลิตจากเทคโนโลยีจานเบรกแท้ใหม่ล่าสุด จานเบรกประกอบด้วยวัสดุ 2 ชิ้น ดุมกลางวัสดุอะลูมิเนียม วงจานเป็นเหล็กหล่อสีเทา ทั้งสองส่วนยึดด้วยหมุดเหล็กพิเศษ จุดเด่นอยู่ที่ความเบา แต่แข็งแรง ทนต่อความร้อนสูง ระบายความร้อนได้ดี เหมาะกับรถที่ต้องการเพิ่มสมรรถนะในเรื่องความปลอดภัย

 

จานเบรกTRW รุ่น XPS

 

          รวมไปถึงจานเบรกรุ่น XPS ที่โดดเด่นเรื่องการทนความร้อนที่มากกว่า 650 องศาเซลเซียส ตัวจานผลิตจากเหล็กมาตรฐานสูง GG15HC มีส่วนผสมของคาร์บอนมากว่าเดิมถึง 2 เท่า ตัวจานมีการเซาะร่องเพื่อช่วยขจัดคราบเขม่า และรีดน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว สามารถระบายความร้อยได้ดี ทำให้ตัวจานไม่โกงงอ สำหรับรุ่นนี้ได้เคลือบสีแดงที่ขอบจานและดุมเพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อนอีกด้วย

 

การทำงานของระบบดรัมเบรก (Drum Brake)  และชิ้นส่วนสำคัญของระบบ

 

ระบบดรัมเบรก TRW

 

          สำหรับระบบเบรกชนิดนี้ ยังคงมีการใช้งานอยู่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะรถขนาดเล็กอย่างกลุ่ม Eco Car, City Car รวมไปถึงกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ หลักการทำงานยังเป็นแบบไฮดรดลิค ซึ่งต้องอาศัยแรงดันจากหม้อลม และแม่ปั๊มเบรกส่งแรงดันให้น้ำมันมายังกระบอกเบรก (Brake Cylinder) ไม่ต่างจากระบบเบรกแบบดิสก์ ซึ่งกระบอกเบรกจะทำหน้าที่คล้ายกับคาลิเปอร์ แต่แทนที่ผ้าเบรกจะถูกดันให้ไปจับที่ตัวจานเบรก ระบบนี้จะเป็นการถางออกของตัวลูกสูบภายในกระบอกเบรก เพื่อดันฝักเบรกให้ไปติดกับกระทะดรัมเบรก ส่งผลให้รถชะลอหรือหยุดเช่นกัน และเราจะเห็นว่าการทำงานของระบบดรับเบรกนี้จะมีชิ้นส่วนสำคัญหลายตัว เริ่มจากกระบอกเบรก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหนึ่งในชุดดรัมเบรก การทำงานใช้หลักการเดียวกับลูกสูบของดิสก์เบรก ทว่าเป็นการเลื่อนออกสองด้านไม่ใช่ด้านเดียว ลูกสูบภายในกระบอกเบรกเมื่อได้รับแรงดันน้ำมันจะขยับเลื่อนตัวออกไปดันฝักเบรกอีกที

          จากการทำงานที่ต้องมีการขยับตัวของลูกสูบภายในกระบอกเบรกจึงต้องมีความละเอียดในการผลิตชิ้นส่วนนี้ เพื่อลดปัญหาในระยะยาวทาง TRW ได้ผลิตกระบอกเบรกจากเทคโนโลยีขั้นสูง ตัวกระบอกใช้วัสดุตามอะไหล่แท้ติดรถ ทั้งเหล็กหล่อ อะลูมีเนียม และพลาสติก ตัวเสื้อชุบโครเมียม 3 สูตร ไร้โลหะหนัก เช่นเดียวกับลูกสูบผ่านกระบวนการชุบกันสนิม ตัวยางเป็น EPDM รองรับทั้งรถยุโรป และญี่ปุ่น มาพร้อมกับกระทะดรัมเบรกที่มีให้เลือกมากกว่า 300 รายการครอบคลุม 90 % ในตลาดรถยนต์ เนื้อกระทะดรัมเบรกสีเทาบริสุทธิ์ที่เกิดจากการถลุงเหล็กใหม่เท่านั้น มีความแข็งแรง ทนความร้อน รับแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี

 

ก้ามเบรก TRW

 

          รวมไปถึงฝักเบรก (Blake Shoe) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอีกหนึ่งอย่างที่อยู่ในระบบดรับเบรก ตัวฝักเบรกทำหน้าที่ไม่ต่างจากผ้าเบรกของดิสก์เบรก คือเป็นตัวสร้างแรงเสียดทานเพื่อให้เกิดการชะลอตัวหรือหยุด สำหรับชิ้นส่วนนี้ต้องมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ แน่นอนว่าชิ้นส่วนนี้ทาง TRW ก็ได้ผลิตจากเหล็กถลุงใหม่ ไม่ได้รีไซเคิลเหล็กเก่า ประกอบกับการเคลือบน้ำยาป้องกันสนิมที่พอเหมาะ ตัวน้ำยาไม่จับเป็นก้อน ลดการเกิดฝุ่นสะสม มีการเจาะรูตามแบบของเบรกเดิมจึงไม่จำเป็นต้องดัดแปลง เนื้อก้ามเบรกแบบเซรามิคไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ยึดติดด้วยกาวอย่างดี ผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่เพิ่มแรงเสียดทานสูงในทุกอุณหภูมิความร้อน ทำให้ดรัมเบรกไม่เกิดเสียงดังเวลาใช้งาน ที่สำคัญความหนาของเนื้อก้ามเบรกยังมีขนาดเท่ากับของติดรถจึงไม่ต้องปรับหน้าให้เสียเวลา

 

การทำงานของเบรกในระบบไฮดรอลิก (Hydraulic)

 

ระบบไฮดรอลิก TRW

 

          การทำงานของเบรกในรูปแบบไฮดรอลิก (Hydraulic) ต้องอาศัยอุปกรณ์ให้เกิดการทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วย หม้อลมเบรก (Blake Booster) ซึ่งทำหน้าที่ในการสร้างแรงดันโดยอาศัยการเหยียบที่แป้น ซึ่งทำให้วาล์วอากาศเปิด อากาศจะเข้าสู่หม้อลมเบรกให้เกิดแรงดันภายใน ทำให้ก้านเหล็กเลื่อนไปที่แม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) สำหรับแม่ปั๊มเบรกนี้จะทำงานต่อจากหม้อลมเบรก โดยก้านเหล็กที่ถูกดันจะเลื่อนจะไปดันลูกสูบในแม่ปั๊มเบรก ระบบจะเกิดแรงดันสูง แล้วดันน้ำมันเบรก (Brake Fluid) ให้ไหลไปตามท่อทางเดินสู่ระบบดิสก์เบรก หรือดรัมเบรกต่อไป

          สำหรับอุปกรณ์ทั้ง หม้อลมเบรก (Blake Booster), แม่ปั๊มเบรก (Master Cylinder) ต่างก็นี้มีอายุการใช้งาน เมื่อใช้งานเป็นเวลานานย่อมต้องเสื่อมสภาพลงไปตามกาลเวลา ทาง TRW จึงผลิตชิ้นส่วนทดแทนมาให้เลือกมากว่า 10,000 เบอร์ ตัวผลิตภัณฑ์เลือกใช้วัสดุคุณภาพตามอะไหล่แท้ติดรถ  และยังได้รับการทดสอบตามมาตรฐานอะไหล่แท้ทุกขั้นตอน จึงมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นส่วนมีมาตรฐาน ไม่เพียงแค่ชิ้นส่วนอุปกรณ์สำคัญสองชนิดนี้เท่านั้น ทาง TRW ยังมีผลิตภัณฑ์สำคัญที่เกี่ยวกับระบบไฮดรอลิกอย่างน้ำมันเบรก (Brake Fluid) ออกมารองรับรถยนต์ในทุกรูปแบบ ซึ่งในระบบการทำงานของเบรกนี้ ต้องบอกว่าน้ำมันเบรกเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะอย่างกล่าวมาว่าระบบเบรกเป็นการทำงานแบบไฮดรอลิก ที่ต้องอาศัยของเหลวอย่างน้ำมันเบรกเป็นต้องเชื่อมให้เกิดการทำงาน โดยน้ำมันเบรกที่อยู่ในกระปุกน้ำมันซึ่งติดอยู่กับตัวแม่ปั๊มเบรกจะถูกแรงดันที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของลูกสูบ ส่งให้น้ำมันเบรกไหลไปตามท่อทางเดิน ซึ่งในระหว่างที่ไหลตัวน้ำมันเบรกจะสะสมความร้อนจากแรงดัน และการเคลื่อนตัวไปตามท่อ ไม่เพียงเท่านั้นยังได้รับความร้อนที่แผ่กลับมาจากลูกสูบภายในคาลิเปอร์ของดิสก์เบรก หรือในดรัมเบรก รวมถึงผ้าเบรกที่เสียดสีกับจานเบรกอีกด้วย

 

 

          แน่นอนว่าน้ำมันเบรกจะต้องมีคุณภาพสูงจึงจะสามารถทำให้ระบบไฮดรอลิกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหากน้ำมันเบรกร้อนมากจนเกิดค่าที่กำหนด น้ำมันจะสูญเสียคุณสมบัติไป ส่งผลโดยตรงในเรื่องประสิทธิ และความปลอดภัยของผู้ใช้รถ และเบรกของรถแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์ก็ถูกสร้างมาไม่เหมือนกัน น้ำมันเบรกที่ใช้ก็ย่อมแตกต่างกัน ผู้ใช้รถจึงจำเป็นต้องเลือกใช้น้ำมันเบรกให้ตรงกับสเปคที่ระบุไว้ และแน่นอนว่า TRW มีให้เลือกอย่างครบครั้น ตั้งแต่ DOT 3 สามารถใช้กับรถยนต์ที่เป็นระบบดรัมเบรก และ DOT 3 นี้ยังสามารถใช้ในระบบคลัทช์ได้ด้วย ส่วนของ DOT 4 ก็เหมาะกับรถยนต์ที่มีระบบเบรกเป็นแบบดิกส์เบรกทั้ง 4 ล้อ นอกจากนี้ยังมี DOT 4 ESP ที่ใช้กับรถที่มีระบบเบรกแบบดิกส์ที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่าง ABS, BA, VSC หรือ ESP เป็นต้น รวมไปถึง DOT 4 GP ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับรถแข่งโดยเฉพาะ สามารถทนความร้อนได้สูงกว่าปกติ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีน้ำมันเบรก DOT 5.1 ที่ใช้ในรถยุโรปซึ่งต้องการจุดเดือดของน้ำมันเบรกสูงกว่าปกติ  และ DOT 5.1 ESP ที่ใช้กับรถยุโรปที่มีระบบเบรกอันซับซ้อน เสริมให้อีกนิดสำหรับน้ำมันเบรกที่หลายคนสงสัยว่า น้ำมันเบรกสามารถใช้งานทดแทนกันได้หรือไม่ คำตอบคือได้ แต่มีเงื่อนไขว่า รถที่ใช้ DOT สูง อย่าง DOT 4, DOT 5.1 จะไม่สามารถใช้ DOT 3 ได้ แต่ตรงกันข้ามรถที่ใช้ DOT ต่ำอย่าง DOT 3 สามารถใช้ DOT ที่สูงขึ้นได้ และจุดเด่นของน้ำมันเบรก TRW นั้นจะมีคุณภาพที่สูงกว่ามารตฐานที่กำหนดไว้โดยเฉพาะเรื่องการทนความร้อนในทุกเกรด

 

 น้ำมันเบรก TRW

 

          เรื่องจริงที่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าการจะผลิตชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย อย่างระบบเบรกนั้น ต้องมาจากผู้รู้จริงในเรื่องการทำงานของระบบเบรก จึงจะสามารถผลิตชิ้นส่วน อะไหล่ทรงประสิทธิภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกได้ เพราะฉะนั้นการจะเลือกหาชิ้นส่วนหรืออะไหล่มาทดแทนของเดิมที่หมดสภาพไปนั้น จำต้องเลือกผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตจากผู้รู้จริงเรื่องระบบเบรก และ TRW เป็นผู้รู้จริงในเรื่องการผลิตระบบเบรกคุณภาพระดับต้นๆ ของโลก ที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถด้วยชิ้นส่วนอุปกรณ์ในระบบเบรกอย่างครบครั้น ด้วยมาตรฐานระดับโลก ECE R90 ให้ผู้ใช้รถปลอดภัยในทุกการเดินทางมากกว่าเดิม  เปลี่ยนระบบเบรกครั้งหน้านึกถึง TRW ผู้ผลิตชิ้นส่วนระบบเบรกจากประสบการณ์กว่า 100 ปี  

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook